1 00:00:02,000 --> 00:00:07,000 Downloaded from YTS.MX 2 00:00:08,000 --> 00:00:13,000 Official YIFY movies site: YTS.MX 3 00:00:24,649 --> 00:00:27,193 (นโยบายความเป็นส่วนตัว) 4 00:00:30,739 --> 00:00:35,535 (ฉันยอมรับข้อตกลงการใช้งานของกูเกิล) 5 00:00:35,618 --> 00:00:39,289 (ฉันยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของเอทีแอนด์ที) 6 00:00:39,372 --> 00:00:41,833 (ฉันยอมรับข้อตกลง...) 7 00:00:41,916 --> 00:00:43,626 (ใช่ ฉันได้อ่านและยอมรับ...) 8 00:00:43,710 --> 00:00:45,170 (ฉันยอมรับข้อตกลง...) 9 00:00:45,253 --> 00:00:47,714 (ฉันยอมรับว่า...) 10 00:00:47,797 --> 00:00:50,717 (ยอมรับและสร้างบัญชี) 11 00:00:50,800 --> 00:00:53,762 (เข้าร่วมตอนนี้) 12 00:00:53,845 --> 00:00:56,222 (สร้างบัญชีของฉัน) 13 00:00:56,306 --> 00:00:58,933 (ส่ง) 14 00:01:02,312 --> 00:01:05,315 (ยอมรับ) 15 00:01:17,285 --> 00:01:18,244 (โลกความจริง...) 16 00:01:20,997 --> 00:01:22,373 (คลินิก) 17 00:01:36,179 --> 00:01:37,764 (ไงที่รัก! แอสพารากัสมื้อค่ำมั้ย) 18 00:01:50,735 --> 00:01:52,862 (กลุ่มการแพทย์ นพ. เพโดฟุต) 19 00:01:57,367 --> 00:01:58,201 (หยุด) 20 00:01:58,284 --> 00:01:59,244 (โลกดิจิทัล) 21 00:02:14,801 --> 00:02:16,803 (- เลือกผม - ลดครึ่งราคา) 22 00:02:24,936 --> 00:02:26,646 (หยุดอาการคัน) 23 00:02:32,402 --> 00:02:33,278 (ผักมื้อค่ำเหรอ) 24 00:02:55,717 --> 00:02:56,843 (ฉันยอมรับ) 25 00:03:04,809 --> 00:03:06,394 (หูด ขอบเล็บลอก ผิวแห้ง เชื้อรา พยาธิปากขอ) 26 00:03:09,022 --> 00:03:09,856 (ครีมทาเท้า ลด 20%) 27 00:03:11,065 --> 00:03:12,233 (แพทย์บนเว็บ) 28 00:03:12,317 --> 00:03:13,902 (เบี้ยประกันสุขภาพเพิ่ม ดื่มจัด โรคเท้า) 29 00:03:16,779 --> 00:03:17,614 (แพทย์บนเว็บ) 30 00:03:23,703 --> 00:03:26,581 (หนึ่ง คุณยอมรับข้อตกลงต่อไปนี้:) 31 00:03:26,664 --> 00:03:30,710 ทุกครั้งที่ผมใช้อินเทอร์เน็ต ข่ายเชื่อมโยงการสื่อสาร หรือแอปฯ 32 00:03:30,793 --> 00:03:33,463 เรายอมรับข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้งานที่ยาวมาก 33 00:03:34,214 --> 00:03:36,049 แต่เรายอมรับอะไรไปกันแน่ 34 00:03:36,966 --> 00:03:38,593 พวกนาย! นายต้องช่วยฉันนะ 35 00:03:38,676 --> 00:03:41,012 พวกคนของรัฐบาลที่แต่งตัวกึ่งทางการ พยายามลักพาตัวฉัน 36 00:03:41,095 --> 00:03:42,764 - อะไรนะ - นั่นมันบ้า 37 00:03:42,847 --> 00:03:46,226 พวกเขาบอกว่าเพราะฉัน ยอมรับข้อตกลงการใช้งานไอทูนส์ 38 00:03:46,309 --> 00:03:48,937 ข้อตกลงการใช้งาน ตอนอัพเดตครั้งล่าสุดว่ายังไงน่ะ 39 00:03:49,020 --> 00:03:52,440 - ไม่รู้! ฉันไม่ได้อ่าน - นายไม่ได้อ่านเหรอ 40 00:03:52,523 --> 00:03:55,193 ใครจะอ่านไอ้เงื่อนไขทั้งหมดนั่น ทุกทีที่มันเด้งขึ้นมา 41 00:03:55,860 --> 00:03:56,694 ฉันอ่านนะ 42 00:03:57,278 --> 00:04:02,116 คุณบอกได้ไหม... แอปเปิลบอกได้ไหม ว่ามีกี่คนที่อ่านมันจริงๆ 43 00:04:04,994 --> 00:04:07,747 อ๋อ พวกเขาต้องบอกว่ายอมรับ 44 00:04:07,830 --> 00:04:08,665 (ตัวแทนจากแอปเปิล) 45 00:04:08,748 --> 00:04:11,042 เราไม่มีทางรู้แน่ได้ว่าพวกเขาอ่านไหม 46 00:04:11,584 --> 00:04:14,420 เราพยายามทำให้มันเป็นภาษาธรรมดาที่สั้นมากๆ 47 00:04:14,504 --> 00:04:17,215 ถ้าผมพยายามทำให้ข้อตกลงการใช้งาน... 48 00:04:17,298 --> 00:04:18,299 (ลอว์เลอร์ นักออกแบบอักษร) 49 00:04:18,383 --> 00:04:19,217 ...ดูไม่เชื้อเชิญอยู่ 50 00:04:19,300 --> 00:04:22,011 ผมจะเลือกฟอนต์ที่เล็กที่สุด ฟอนต์ซานเซริฟ 51 00:04:22,095 --> 00:04:25,515 แล้วจะจัดเรียงด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตอนนั้น 52 00:04:25,598 --> 00:04:29,060 ก็คือเราจะได้ตัวอักษรที่กลายเป็นพื้นผิว แทนที่จะเป็นคำและพื้นที่ว่าง 53 00:04:29,811 --> 00:04:33,731 ไม่มีใครอ่านข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน ไม่มีใครในโลกอ่าน! 54 00:04:34,899 --> 00:04:37,151 แม้แต่ทนายที่เขียนมัน ก็เขียนมันแบบนี้ 55 00:04:38,528 --> 00:04:40,822 คุณมาถึงเว็บไซต์หนึ่ง แล้วพวกเขาก็มีกฎ 56 00:04:40,905 --> 00:04:44,033 ที่บรรยายอยู่ในข้อตกลงการใช้งาน แล้วพวกเขาก็มีนโยบายความเป็นส่วนตัว 57 00:04:44,117 --> 00:04:46,077 และทันทีที่คุณเริ่มใช้บริการ 58 00:04:46,160 --> 00:04:49,539 โดยสรุปแล้ว คุณก็ได้ยอมรับข้อตกลงการใช้งาน และนโยบายความเป็นส่วนตัวนั้น 59 00:04:49,622 --> 00:04:52,875 ข้อตกลงและเงื่อนไขพวกนี้ที่เราลงชื่อยอมรับไป ใช้บังคับจริงหรือเปล่า 60 00:04:54,043 --> 00:04:57,630 ใช้จริงสิ ผมคิดว่าถ้ามันไม่ใช้ เว็บจะพินาศเลยละ 61 00:04:57,714 --> 00:04:58,548 (รองประธานมอซิลลา) 62 00:04:58,631 --> 00:05:00,717 เป็นแบบนั้นถึงระดับที่เคยมีการตัดสินใจด้านสัญญา 63 00:05:00,800 --> 00:05:03,803 พวกเขาตัดสินว่าข้อตกลงพวกนี้ใช้ได้จริง 64 00:05:04,262 --> 00:05:06,347 และแนวคิดเรื่องนี้ก็ค่อนข้างใหม่ 65 00:05:06,723 --> 00:05:10,560 อย่างเช่นเราไม่เคยต้องเซ็นข้อตกลงการใช้งาน เพื่อใช้โทรศัพท์บ้านแบบเก่า 66 00:05:10,643 --> 00:05:13,396 หรือเพื่อดูทีวี หรืออ่านหนังสือ 67 00:05:13,479 --> 00:05:17,775 แต่ถ้าเราใช้สมาร์ทโฟน คินเดิล หรือถ้าเราดูฮูลู เราก็ต้องทำ 68 00:05:18,735 --> 00:05:21,404 ไวโอเล็ต ลูก อย่าเซ็นอะไรนะ นี่มันอะไรกันน่ะ 69 00:05:21,487 --> 00:05:24,907 - สัญญามาตรฐาน - อย่ามาพูดกับผมเรื่องสัญญา วองก้า 70 00:05:24,991 --> 00:05:27,243 ผมเองก็ใช้มัน มันไว้สำหรับพวกหมูให้เขาตุ๋นเท่านั้น 71 00:05:27,327 --> 00:05:30,121 ใช่ แต่คุณคงไม่รังเกียจ ที่ผมจะป้องกันตัวสักหน่อยนะ 72 00:05:30,204 --> 00:05:32,874 อันที่จริง ถ้าเราจะอ่านทุกอย่าง ที่เราตกลงยอมรับ 73 00:05:32,957 --> 00:05:36,127 มันจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มทุกๆ ปี 74 00:05:36,210 --> 00:05:40,340 นั่นคือ 180 ชั่วโมงที่เราต้องใช้ไปทุกๆ ปี 75 00:05:41,341 --> 00:05:46,679 และวอลล์สตรีทเจอร์นัลก็ระบุว่า ผู้บริโภคเสียเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ทุกปี 76 00:05:46,763 --> 00:05:49,057 เนื่องจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดข้อตกลง 77 00:05:49,140 --> 00:05:51,184 นี่คือตัวอย่างจากข้อตกลงของลิงค์อิน 78 00:05:51,976 --> 00:05:56,522 คุณให้สิทธิลิงค์อินแบบไม่เฉพาะตัว โดยไม่อาจเพิกถอน ใช้ได้ทั่วโลก โดยถาวร 79 00:05:56,606 --> 00:06:00,026 โดยไม่จำกัด ส่งต่อได้ ให้ใบอนุญาตต่อได้ โดยถือว่าชำระค่าใช้สิทธิแล้วและไม่มีค่าใช้สิทธิ 80 00:06:00,109 --> 00:06:02,445 ในการทำสำเนา ดัดแปลงจากต้นแบบ ปรับปรุง 81 00:06:02,528 --> 00:06:06,032 แจกจ่าย เผยแพร่ ตัดทอน คงไว้ เพิ่มเติม ประมวลผล วิเคราะห์ ใช้งาน และ... 82 00:06:11,913 --> 00:06:14,749 ดังนั้นลิงค์อินก็ยึดทุกอย่างไปตลอดกาลเลยก็ว่าได้ 83 00:06:14,832 --> 00:06:18,336 คุณจะได้พบภาษาแบบนี้ในกูเกิล พินเทเรสต์ เฟซบุ๊ก 84 00:06:18,419 --> 00:06:20,546 เกือบทุกอย่างที่คนคิดว่าเป็นของฟรี 85 00:06:21,464 --> 00:06:25,843 อินสตาแกรมกำลังพบว่ารูปภาพ มีค่ามากกว่าถ้อยคำอันกราดเกรี้ยวพันคำ 86 00:06:25,927 --> 00:06:28,388 หลังจากทางบริษัทปรับปรุงข้อตกลงการใช้งาน 87 00:06:28,471 --> 00:06:33,935 ให้บอกว่ามันมีสิทธิขายภาพที่โพสต์ขึ้นไป โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน 88 00:06:34,018 --> 00:06:35,728 เพื่อใช้ในงานโฆษณา 89 00:06:35,812 --> 00:06:39,524 และต่อให้คุณจ่ายเงิน บริษัทต่างๆ ก็สามารถทำให้คุณตกลงยอมรับ 90 00:06:39,607 --> 00:06:41,150 อะไรก็ได้ที่พวกเขาพอใจ 91 00:06:41,901 --> 00:06:45,279 ในปี 2009 บริษัทเกมสเตชั่นในสหราชอาณาจักร 92 00:06:45,363 --> 00:06:48,032 ใส่ข้อความที่ลักไก่พอดูเข้าไปในข้อตกลง 93 00:06:48,116 --> 00:06:50,660 พวกเขาไม่ได้เอาเงินหรือลูกคนแรกของคุณไป 94 00:06:50,743 --> 00:06:52,912 แต่เป็นเวลาหนึ่งวันที่ข้อตกลงของพวกเขาระบุว่า 95 00:06:52,995 --> 00:06:54,497 "เมื่อกดสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์แห่งนี้ 96 00:06:54,580 --> 00:06:59,127 คุณตกลงมอบทางเลือกที่โอนถ่ายไม่ได้ ให้แก่เรา นับจากนี้และตลอดไป 97 00:06:59,210 --> 00:07:00,878 ในการเป็นเจ้าของวิญญาณอมตะของคุณ" 98 00:07:01,671 --> 00:07:03,297 สัญญานี้นำขึ้นเว็บอยู่เพียงวันเดียว 99 00:07:03,381 --> 00:07:07,301 แต่ปรากฏว่าเกมสเตชั่นเก็บเกี่ยววิญญาณอมตะ ไปได้ 7,000 ดวง 100 00:07:08,136 --> 00:07:11,472 แน่ละว่านี่เป็นมุกตลก แต่มันทำให้คุณนึกสงสัย 101 00:07:11,556 --> 00:07:13,599 ว่าจะเป็นอย่างไรถ้ามีผลพวงร้ายแรงกว่านั้น 102 00:07:13,683 --> 00:07:16,185 ที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่อ่านข้อตกลงการใช้งาน 103 00:07:16,269 --> 00:07:18,438 ถ้าโทรศัพท์ของคุณมาพร้อม ข้อตกลงการใช้งาน 104 00:07:18,521 --> 00:07:21,899 บอกว่าถ้าใช้โทรศัพท์ รัฐบาลจะดักฟังคุณได้ นั่นมันจะบ้ามาก 105 00:07:21,983 --> 00:07:24,193 แต่นั่นคือโลกแบบที่เราอยู่ 106 00:07:24,277 --> 00:07:26,904 โลกที่รัฐบาลอาจดักฟังเราได้ 107 00:07:26,988 --> 00:07:29,240 เพราะข้อตกลงการใช้งานงั้นหรือ 108 00:07:29,323 --> 00:07:33,995 ถ้าเรามาดูข้อตกลงการใช้งานของไอโฟน ไม่มีการกล่าวถึงการดักฟัง 109 00:07:34,078 --> 00:07:37,498 แต่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของเอทีแอนด์ที บอกว่าบริษัทสามารถใช้ข้อมูล 110 00:07:37,582 --> 00:07:43,171 ในการสืบสวน ป้องกัน หรือดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย 111 00:07:43,254 --> 00:07:44,088 ป้องกันงั้นหรือ 112 00:07:46,591 --> 00:07:53,556 (หนึ่ง คุณยอมรับข้อตกลงต่อไปนี้ เอ. เราอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ) 113 00:07:58,561 --> 00:08:03,024 ในปี 1994 พิซซ่าฮัทกลายเป็นเครือ ร้านอาหารใหญ่เครือแรกที่รับสั่งอาหารออนไลน์ 114 00:08:03,107 --> 00:08:07,153 จู่ๆ อินเทอร์เน็ตก็ต้องการวิธีที่จะจำว่า คุณคือใคร อยู่ที่ไหน 115 00:08:07,236 --> 00:08:08,696 และคุณจะชำระเงินอย่างไร 116 00:08:10,114 --> 00:08:11,616 คำถามของผมคือนี่มันบ้าอะไรวะ 117 00:08:12,408 --> 00:08:14,952 - แบบว่าเขารู้ได้ไงว่าคุณเป็นใคร - ใช่ 118 00:08:15,036 --> 00:08:18,664 โอเค... คือมีสิ่งที่เรียกว่าคุกกี้อยู่ 119 00:08:18,748 --> 00:08:21,918 ถ้าคุณไปที่เว็บไซต์และซื้ออะไรบางอย่าง มันจะจำคุณไว้ 120 00:08:22,001 --> 00:08:24,629 จากนั้นก็สร้างโฆษณาสำหรับของอย่างอื่น ที่คุณอาจอยากซื้อ 121 00:08:24,712 --> 00:08:27,507 งั้นมันก็เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผมหรือ 122 00:08:28,257 --> 00:08:30,343 ฟังดูเหมือนการละเมิดความเป็นส่วนตัว 123 00:08:30,426 --> 00:08:32,053 เริ่มจากปลายทศวรรษ 90 นี้เอง 124 00:08:32,136 --> 00:08:35,223 ที่บริษัทต่างๆ เริ่มเพิ่ม นโยบายความเป็นส่วนตัวเข้าไปเอง 125 00:08:35,306 --> 00:08:37,308 เพื่ออธิบายว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลนี้ 126 00:08:38,226 --> 00:08:42,230 จากนั้น ในปี 2000 บริษัทออนไลน์ ชื่อทอยสมาร์ทล้มละลาย 127 00:08:42,897 --> 00:08:44,106 แต่พวกเขาเกิดความคิดอย่างหนึ่ง 128 00:08:44,190 --> 00:08:48,694 พวกเขาพยายามขายฐานข้อมูลผู้ใช้งาน 195,000 รายให้อีกบริษัท 129 00:08:48,778 --> 00:08:53,658 นี่รวมถึงชื่อ ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน ความชอบในการซื้อ และข้อมูลครอบครัว 130 00:08:53,741 --> 00:08:57,328 ถึงแม้นโยบายความเป็นส่วนตัวของพวกเขา จะระบุว่าพวกเขาไม่มีวันแบ่งปันข้อมูล 131 00:08:57,411 --> 00:08:59,247 ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาถูกหลอก 132 00:08:59,330 --> 00:09:01,165 ผู้ออกกฎหมายบอกคุณครั้งแล้วครั้งเล่า 133 00:09:01,249 --> 00:09:03,793 ว่าทุกครั้งที่พวกเขากลับไปเขตของตัวเอง 134 00:09:03,876 --> 00:09:08,798 ผู้คนต่างบอกเขาว่าต้องการกฎหมาย ความเป็นส่วนตัวทางอินเทอร์เน็ต 135 00:09:08,881 --> 00:09:10,091 พวกเขาต้องการความคุ้มครอง 136 00:09:10,675 --> 00:09:14,303 ในช่วงต้นปี 2001 มีกฎหมายกว่าสิบฉบับ เสนอเข้าสภาคองเกรส 137 00:09:14,387 --> 00:09:16,055 เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวออนไลน์ 138 00:09:17,765 --> 00:09:18,849 (เจ็ดเดือนต่อมา) 139 00:09:18,933 --> 00:09:20,268 การสังหารหมู่เหล่านี้ 140 00:09:20,351 --> 00:09:23,271 มีเจตนาให้ชาติเราตื่นกลัวจน เข้าสู่ความโกลาหลและล่าถอย 141 00:09:24,772 --> 00:09:25,773 แต่พวกเขาล้มเหลว 142 00:09:26,524 --> 00:09:29,277 การออกกฎหมายความเป็นส่วนตัวทั้งหมด ถูกยกเลิกหรือละทิ้ง 143 00:09:29,360 --> 00:09:32,280 และแน่ละว่ารัฐบัญญัติความรักปิตุภูมิก็เริ่มต้นขึ้น 144 00:09:32,363 --> 00:09:34,824 กฎหมายนี้พิจารณาถึง ความเป็นจริงแบบใหม่และอันตราย 145 00:09:34,907 --> 00:09:36,867 จากผู้ก่อการร้ายยุคใหม่ 146 00:09:37,785 --> 00:09:40,204 กฎหมายใหม่ที่ผมเซ็นวันนี้ จะอนุญาตให้มีการสอดแนม 147 00:09:40,288 --> 00:09:43,165 การสื่อสารทุกช่องทางที่ผู้ก่อการร้ายใช้... 148 00:09:44,709 --> 00:09:47,420 รวมถึงอีเมล อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ 149 00:09:47,503 --> 00:09:52,049 รัฐบัญญัติความรักปิตุภูมิขยายขอบเขต ความสามารถของรัฐบาลกลาง 150 00:09:52,133 --> 00:09:55,052 ในการสอดแนมด้วยช่องทางเล็กๆ จำนวนมาก 151 00:09:55,136 --> 00:09:57,555 ตัวอย่างเช่นคุณไม่ต้องขอความเห็นชอบจากศาล 152 00:09:57,638 --> 00:10:03,644 เพื่อจะค้นหาว่าคนคนหนึ่งเข้าชมเว็บไซต์ไหน พิมพ์คำค้นหาอะไรลงในกูเกิล 153 00:10:03,728 --> 00:10:08,024 ประเด็นที่ว่าข้อมูลของคุณจะถูกเก็บโดยกูเกิล 154 00:10:08,107 --> 00:10:08,941 (ประธานบริหารกูเกิล) 155 00:10:09,025 --> 00:10:11,110 ที่จริงแล้วตอนนี้ไม่ได้เป็นการตัดสินใจของกูเกิล 156 00:10:11,193 --> 00:10:13,571 ที่จริงมันเป็นการตัดสินใจทางการเมือง หรือนโยบายสาธารณะ 157 00:10:13,654 --> 00:10:16,073 ที่บังคับใช้โดยรัฐบาลต่างๆ ในหนทางต่างๆ กัน 158 00:10:16,157 --> 00:10:19,452 ถ้านโยบายความเป็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวเลย 159 00:10:19,535 --> 00:10:21,704 แต่เป็นการพรากมันไปแทนล่ะ 160 00:10:23,623 --> 00:10:26,500 มาดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของกูเกิล ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ 161 00:10:26,584 --> 00:10:28,210 เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม 162 00:10:28,878 --> 00:10:32,423 นี่คือนโยบายความเป็นส่วนตัวของกูเกิล เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 163 00:10:32,506 --> 00:10:35,968 "กูเกิลอาจเลือกใช้คุกกี้ เพื่อเก็บความชอบของผู้ใช้งาน 164 00:10:37,094 --> 00:10:40,723 คุกกี้อาจบอกเราว่านี่เป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องเดียวกับที่เข้ากูเกิลเมื่อสองวันก่อน 165 00:10:40,806 --> 00:10:43,309 แต่มันไม่สามารถบอกเราว่าบุคคลนี้คือโจ สมิธ 166 00:10:43,392 --> 00:10:45,770 หรือแม้แต่ว่าบุคคลนี้อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา" 167 00:10:46,646 --> 00:10:50,775 และนี่คือนโยบายความเป็นส่วนตัวในหนึ่งปีถัดมา ในเดือนธันวาคม ปี 2001 168 00:10:51,776 --> 00:10:54,195 "กูเกิลทำเช่นนี้โดยเก็บความชอบ ของผู้ใช้งานไว้ในคุกกี้ 169 00:10:54,278 --> 00:10:57,365 และโดยการแกะรอยแนวโน้มและแบบแผน ว่าผู้คนค้นหาอย่างไร 170 00:10:57,448 --> 00:10:59,867 กูเกิลจะไม่เปิดเผยคุกกี้ต่อบุคคลที่สาม 171 00:10:59,950 --> 00:11:03,913 เว้นแต่จะได้รับคำร้องขอตามกระบวนการ ทางกฎหมายที่ถูกต้อง เช่นหมายค้น 172 00:11:03,996 --> 00:11:06,082 หมายเรียก รัฐบัญญัติ หรือคำสั่งศาล" 173 00:11:06,832 --> 00:11:09,251 เป็นเรื่องสำคัญที่จะสังเกต ความแตกต่างขั้นพื้นฐาน 174 00:11:09,335 --> 00:11:10,836 ของนโยบายทั้งสองฉบับนี้ 175 00:11:10,920 --> 00:11:12,963 ฉบับหนึ่งบอกว่าคุณเป็นบุคคลนิรนามโดยสมบูรณ์ 176 00:11:13,047 --> 00:11:15,966 อีกฉบับบอกว่าเมื่อจำเป็น คุณไม่เป็นเช่นนั้น 177 00:11:17,009 --> 00:11:20,012 แต่นี่คือสิ่งที่แปลก ภาพจับหน้าจอภาพแรกที่คุณเห็น 178 00:11:20,096 --> 00:11:23,891 ของนโยบายที่เก่าที่สุดของกูเกิล มาจากบริการ คลังข้อมูลอินเทอร์เน็ตแบบไม่แสวงหากำไร 179 00:11:23,974 --> 00:11:27,269 มันบันทึกว่าเว็บไซต์เคยดูเป็นอย่างไร ด้วยการจับภาพหน้าจอ 180 00:11:27,353 --> 00:11:29,522 และทำเช่นนี้มาตั้งแต่ทศวรรษ 90 181 00:11:29,605 --> 00:11:32,566 ตอนนี้กูเกิลลงรายการประวัติ นโยบายความเป็นส่วนตัวของตนไว้เช่นกัน 182 00:11:32,650 --> 00:11:34,652 ในหน้าคลังข้อมูลเก่าแบบเป็นทางการของตัวเอง 183 00:11:34,735 --> 00:11:37,488 ในคลังข้อมูลของพวกเขา พวกเขาระบุว่า ได้เก็บนโยบายความเป็นส่วนตัวไว้ทุกฉบับ 184 00:11:37,571 --> 00:11:39,240 ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น 185 00:11:39,323 --> 00:11:41,909 แต่สิ่งที่กูเกิลแสดงคือนโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับดั้งเดิมของพวกเขา 186 00:11:41,992 --> 00:11:43,994 ไม่ตรงกับในบริการคลังข้อมูลดังกล่าว 187 00:11:44,078 --> 00:11:47,915 แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาแสดงนโยบาย จากเดือนธันวาคม 2001 188 00:11:47,998 --> 00:11:50,334 ฉบับที่บอกว่าผู้ใช้งานไม่เป็นบุคคลนิรนาม 189 00:11:50,418 --> 00:11:53,796 กูเกิลอ้างว่านี่เป็นนโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับแรกของพวกเขา ซึ่งไม่ใช่ 190 00:11:53,879 --> 00:11:57,341 ทำไมกูเกิลจึงไม่ใส่นโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับดั้งเดิมไว้ 191 00:11:57,425 --> 00:12:00,928 ในหน้าคลังข้อมูลเก่าของตัวเอง ฉบับที่บอกว่าคุณจะยังเป็นบุคคลนิรนาม 192 00:12:01,429 --> 00:12:04,014 จะเป็นอย่างไรถ้าการเก็บข้อมูล ที่รัฐบัญญัติความรักปิตุภูมิกำหนดให้มี 193 00:12:04,098 --> 00:12:06,684 กลายเป็นรากฐานของโมเดลธุรกิจแบบใหม่หมด 194 00:12:06,767 --> 00:12:09,478 และรากฐานของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ แบบที่เรารู้จัก 195 00:12:09,562 --> 00:12:12,064 นั่นจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการปกปิดหรือไม่ 196 00:12:12,148 --> 00:12:14,108 ถึงแม้เราจะไม่ได้เขียนเช็คให้กูเกิล 197 00:12:14,191 --> 00:12:16,652 และนั่นก็คือหนึ่งในเหตุผลที่เราชอบบริษัทนั้น 198 00:12:16,736 --> 00:12:19,196 มันก็ไม่ได้แปลว่ากูเกิลเป็นของฟรีจริงๆ 199 00:12:19,280 --> 00:12:23,367 หรือว่าเราเป็นอิสระเมื่อเราใช้มัน 200 00:12:23,451 --> 00:12:29,874 มันอาจให้ความรู้สึกต่างไป ถ้ากูเกิล เป็นบริการราคา 500 ดอลลาร์ต่อปี 201 00:12:29,957 --> 00:12:31,375 เพราะนั่นเป็นจำนวนที่... 202 00:12:31,459 --> 00:12:33,753 นั่นคือมูลค่าของข้อมูลที่คุณให้ไป 203 00:12:33,836 --> 00:12:36,046 นั่นเป็นการค้นพบที่สำคัญมาก 204 00:12:36,130 --> 00:12:40,468 ที่ว่าการโฆษณาอาจเจาะจงเป้าหมายได้ โดยขึ้นกับข้อมูล 205 00:12:40,551 --> 00:12:43,554 ที่คนเราให้ไปเกี่ยวกับตัวเอง ในทางใดทางหนึ่ง 206 00:12:43,637 --> 00:12:47,683 จู่ๆ เราก็ไม่ต้องนึกสงสัยแล้ว ว่ามีคนดูโฆษณาของฉันหรือเปล่า 207 00:12:47,767 --> 00:12:53,314 เรารู้เลย มีคนคลิกโฆษณาของฉัน นั่นแปลว่าพวกเขาให้ความสนใจมัน 208 00:12:53,397 --> 00:12:57,359 ในปี 2012 กูเกิลเป็นหนึ่งในหุ้น ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก 209 00:12:57,443 --> 00:12:59,653 และมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก 210 00:12:59,737 --> 00:13:02,156 ก็กลายเป็นหนึ่งในคนรวยที่สุดในอเมริกา 211 00:13:02,239 --> 00:13:06,535 งานผมคือช่วยให้นักลงทุนหาคำตอบให้ตัวเองได้ ว่าสิ่งนี้มีมูลค่าเท่าไร 212 00:13:06,619 --> 00:13:11,540 ผมดูสิ่งที่เฟซบุ๊กมีเป็นสินทรัพย์ ซึ่งคือคน 900 ล้านคน 213 00:13:11,624 --> 00:13:16,879 และข้อมูลเป็นตันๆ เรื่องคนพวกนี้ และผม ขอบอกว่าถ้าพวกเขาใช้ข้อมูลนั้นสักร้อยละสิบ 214 00:13:16,962 --> 00:13:19,256 พวกเขาจะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดที่เคยมีมา 215 00:13:19,340 --> 00:13:21,509 เมื่อข้อมูลส่วนตัวมีมูลค่าขนาดนี้ 216 00:13:21,592 --> 00:13:25,262 ทำไมกูเกิลหรือบริการฟรีทางอินเทอร์เน็ต รายไหนๆ จะต้องคัดค้านการเก็บข้อมูล 217 00:13:25,346 --> 00:13:26,847 ที่รัฐบัญญัติความรักปิตุภูมิกำหนดไว้ 218 00:13:27,681 --> 00:13:29,517 ความเป็นนิรนามไม่สร้างผลกำไร 219 00:13:29,600 --> 00:13:33,354 คนเรา คนที่เต็มใจจะให้ข้อมูลเล็กน้อย 220 00:13:33,437 --> 00:13:34,772 แลกเปลี่ยนกับการได้ 221 00:13:34,855 --> 00:13:39,985 เข้าถึงสิ่งที่ฟรี หรือสิ่งที่สนุก หรือทาโก้ฟรีสักชิ้น 222 00:13:40,069 --> 00:13:43,239 ฉันไม่คิดว่าเรื่องนั้นจะมีวันเปลี่ยนหรอก เราต้องการของฟรีเสมอ 223 00:13:43,948 --> 00:13:47,535 และคนจำนวนมากก็เต็มใจจะให้ข้อมูล เพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา 224 00:13:47,618 --> 00:13:50,454 และบริษัทจำนวนมากก็รับรู้ข้อเท็จจริงนี้ 225 00:13:53,123 --> 00:13:55,042 (หนึ่ง คุณยอมรับข้อตกลงต่อไปนี้) 226 00:13:55,125 --> 00:13:59,129 (เอ. เราอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ บี. เราอาจเปลี่ยนข้อตกลงนี้เมื่อใดก็ได้) 227 00:13:59,213 --> 00:14:01,966 ผมจะบอกเคล็ดลับที่ใช้ได้จริง กับพวกคุณนิดหน่อยนะ 228 00:14:02,049 --> 00:14:03,509 (โรงเรียนเวคฟิลด์ 8 ก.ย. 2009) 229 00:14:03,592 --> 00:14:07,263 ข้อแรก ผมอยากให้ทุกคนที่นี่ระวังเรื่อง... 230 00:14:08,097 --> 00:14:09,431 สิ่งที่คุณโพสต์บนเฟซบุ๊ก 231 00:14:10,516 --> 00:14:12,476 ค่าตั้งต้นอะไรก็ตามที่ตั้งไว้บนเฟซบุ๊ก 232 00:14:12,560 --> 00:14:15,938 นี่คือวิธีที่คนส่วนใหญ่จะใช้งานเทคโนโลยีนี้ 233 00:14:16,021 --> 00:14:20,442 ตอนที่บริษัทเหล่านี้สร้างระบบขึ้นมา พวกเขารู้เรื่องนั้น 234 00:14:20,526 --> 00:14:26,365 ทำไมถึงกำหนดค่าตั้งต้นไว้ ให้แชร์ทุกอย่าง ภาพทุกภาพ 235 00:14:26,448 --> 00:14:29,493 ตอนฉันเริ่มใช้เฟซบุ๊ก ทำไมถึงไม่ให้เห็นเฉพาะเพื่อน 236 00:14:29,577 --> 00:14:31,370 ทำไมถึงกำหนดค่าตั้งต้นให้ทุกคนเห็น 237 00:14:31,453 --> 00:14:34,415 เพราะมันเป็นเรื่องสับสนมาก สำหรับแม่ฉันที่จะหาวิธี 238 00:14:34,498 --> 00:14:36,208 ว่าจะแชร์ให้เห็นเฉพาะเพื่อนได้ยังไง 239 00:14:36,292 --> 00:14:39,670 ลักษณะที่เราออกแบบเว็บไซต์นี้มา คือมันเป็นชุมชน ถูกไหม 240 00:14:39,753 --> 00:14:42,214 มีคนที่อยากแชร์เฉพาะเพื่อน 241 00:14:42,298 --> 00:14:45,259 แต่คนจำนวนมากก็อยากแชร์ให้ชุมชนรอบตัวรู้ด้วย 242 00:14:45,342 --> 00:14:48,095 ผมถึงอยากแชร์ให้ทุกคนที่ทำงานกับผมที่เฟซบุ๊กรู้ 243 00:14:48,178 --> 00:14:50,180 ผมอยากแชร์ให้ทุกคน ที่เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับผมรู้ 244 00:14:50,264 --> 00:14:55,227 ทุกคนในหมู่บ้านรอบตัวผม และคนพวกนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนผม 245 00:14:55,311 --> 00:14:57,688 แม้แต่คำอธิบายของมาร์คก็ไม่สมเหตุสมผล 246 00:14:57,771 --> 00:15:01,150 เขาบอกว่าเขาอยากแชร์ให้มหาวิทยาลัยรู้ ให้หมู่บ้านแปลกๆ ที่อยู่ติดกับเขารู้ 247 00:15:01,233 --> 00:15:04,069 เขาไม่ได้บอกว่าเขาอยากแชร์ให้ทั้งโลกเห็น 248 00:15:04,153 --> 00:15:05,738 แต่นั่นคือค่าตั้งต้น 249 00:15:05,821 --> 00:15:07,197 ความท้าทายเรื่องค่าตั้งต้น 250 00:15:07,281 --> 00:15:09,950 คือคุณสบายใจกับค่าตั้งต้นอะไรก็ตาม ที่กำหนดไว้ 251 00:15:10,034 --> 00:15:10,910 (เดนาห์ บอยด์ นักวิจัย) 252 00:15:10,993 --> 00:15:12,494 เมื่อค่าตั้งต้นเป็นสาธารณะ 253 00:15:12,578 --> 00:15:16,081 คุณก็ปรับตัวได้อย่างงดงามและรับมือได้ 254 00:15:16,165 --> 00:15:19,752 เมื่อค่าตั้งต้นเป็นส่วนตัว คุณก็ปรับตัวได้อย่างสบายและรับมือได้ 255 00:15:20,002 --> 00:15:23,380 เมื่อค่าตั้งต้นเปลี่ยนแปลง นั่นแหละคือตอนที่ปัญหาเกิด 256 00:15:23,672 --> 00:15:25,758 และอันที่จริง นั่นคือสิ่งที่เฟซบุ๊กทำ 257 00:15:25,841 --> 00:15:28,886 ในปี 2009 เฟซบุ๊กเปลี่ยนแปลง นโยบายความเป็นส่วนตัว 258 00:15:28,969 --> 00:15:30,638 โดยไม่บอกใคร 259 00:15:30,721 --> 00:15:35,225 การเปลี่ยนแปลงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน 350 ล้านราย ที่จริงแล้ว... 260 00:15:35,309 --> 00:15:38,771 มันไม่ใช่เรื่องแบบที่บริษัทจำนวนมากจะทำกัน 261 00:15:38,854 --> 00:15:41,440 เราตัดสินใจว่านี่จะเป็น บรรทัดฐานทางสังคมในตอนนี้ 262 00:15:41,523 --> 00:15:42,900 และเราก็ลงมือทำ 263 00:15:42,983 --> 00:15:45,444 คุณอาจจำแฟนเพจที่มีคนกว่าหนึ่งล้านคน 264 00:15:45,527 --> 00:15:47,404 ที่พยายามเปลี่ยนนโยบายนั้นกลับได้ 265 00:15:47,488 --> 00:15:49,239 มันเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน คุณอาจถาม 266 00:15:49,323 --> 00:15:51,825 เอาละ ในชั่วข้ามคืน เฟซบุ๊กได้เปลี่ยน 267 00:15:51,909 --> 00:15:55,871 สิ่งที่เคยเป็นข้อมูลส่วนตัว ให้เป็นข้อมูลสาธารณะโดยสมบูรณ์ 268 00:15:56,413 --> 00:15:59,667 (บัญชีเฟซบุ๊กที่เข้าถึงได้โดยสาธารณะ) 269 00:16:00,584 --> 00:16:02,086 (เรามีสัมพันธ์ชั่วคืนกัน...) 270 00:16:02,169 --> 00:16:06,882 แพลตฟอร์มเหล่านี้มีแรงจูงใจ ที่จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคุณให้มากที่สุด 271 00:16:06,966 --> 00:16:08,717 และเปิดเผยมันให้มากที่สุดที่เป็นได้ 272 00:16:08,801 --> 00:16:09,843 (สัมพันธ์ชั่วคืน...) 273 00:16:09,927 --> 00:16:10,970 (เซ็กซ์สามคน) 274 00:16:11,053 --> 00:16:12,096 (สมบูรณ์แบบเหรอ ก็ว่างั้น!) 275 00:16:12,179 --> 00:16:17,017 คำถามจากนั้นเกือบจะกลายเป็นว่า อะไรคือบาปที่อภัยไม่ได้น้อยกว่ากัน 276 00:16:17,101 --> 00:16:18,978 การมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนแบบบ้าคลั่งนี่ 277 00:16:19,061 --> 00:16:21,397 หรือการไม่รู้วิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างเหมาะสม 278 00:16:23,107 --> 00:16:24,566 (เดวิดเพิ่งฉี่ราดกางเกง) 279 00:16:24,650 --> 00:16:25,818 (ฉันเกลียดแก... และแก) 280 00:16:25,901 --> 00:16:28,320 (ฉันจาม ฉันฉี่เล็ด) 281 00:16:28,404 --> 00:16:32,199 (ฉี่ราดกางเกงวันนี้ที่โรงเรียน แม่ต้องเอาชุดมาให้เปลี่ยน) 282 00:16:32,950 --> 00:16:35,744 ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่ในชีวิตเรานั้น 283 00:16:35,828 --> 00:16:39,123 จะเป็นเรื่องดีถ้าอีกฝ่ายไม่รู้ 284 00:16:39,206 --> 00:16:44,962 ทุกอย่างที่เราเคยพูด หรือเขียน หรือคิด 285 00:16:45,546 --> 00:16:48,048 (ผ่อนคลายเตรียมเข้าอบรมหลังเมาแล้วขับ) 286 00:16:48,132 --> 00:16:52,636 (โอ๊ย เกลียดคนโง่โคตรๆ ยิ่งเกลียดพอมันเป็นเจ้านาย!) 287 00:16:52,720 --> 00:16:55,097 เมื่อคุณเลือกแบ่งปันอัลบั้มรูป 288 00:16:55,180 --> 00:16:58,267 คุณไปที่เฟซบุ๊ก แล้วก็เลือกที่จะเอารูปพวกนั้นไว้ที่นั่น 289 00:16:58,350 --> 00:16:59,309 (กูเกลียดเจ้านาย!) 290 00:16:59,393 --> 00:17:01,895 (ฉันพ้นสถานะแต่งงานแล้ว เพราะเป็นไอ้งั่งนอกใจเมีย) 291 00:17:01,979 --> 00:17:06,108 แค่มีข้อเสนอให้เลือกตกลงทุกอย่าง เลือกตกลง 292 00:17:06,191 --> 00:17:08,652 (ส่งข้อความมาหาฉัน บอกว่าเธอมีเซ็กซ์กับสามีฉัน) 293 00:17:08,736 --> 00:17:10,696 - เลือกตกลง - (เธอมันอีตัว...) 294 00:17:10,779 --> 00:17:12,072 เลือกตกลง 295 00:17:12,156 --> 00:17:15,826 (ไอ้ริดสีดวงเวร!) 296 00:17:16,410 --> 00:17:19,329 ฉันโอเคกับการที่เฟซบุ๊กทำตัวเหมือนบริษัท 297 00:17:19,413 --> 00:17:22,458 แต่ฉันคิดว่าเราต้องปฏิบัติกับมันเหมือนบริษัท 298 00:17:22,541 --> 00:17:25,294 และไม่ปฏิบัติกับมันเหมือนสาธารณูปโภคไร้พิษภัย 299 00:17:26,295 --> 00:17:30,966 นี่คือค่าตั้งต้นที่กำหนดไว้บนเฟซบุ๊กในปี 2005 จำแนกเป็น 12 หมวด 300 00:17:31,050 --> 00:17:34,636 เมื่อเวลาผ่านไป มีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ถูกแชร์ตามค่าตั้งต้น 301 00:17:34,720 --> 00:17:38,515 ในปี 2009 เฟซบุ๊กเริ่มแชร์ข้อมูลส่วนตัว โดยอัตโนมัติ 302 00:17:38,599 --> 00:17:42,519 ให้ทั้งโลกอินเทอร์เน็ตเห็น ภายในปี 2010 ทุกสิ่งถูกแชร์ตามค่าตั้งต้น 303 00:17:42,603 --> 00:17:44,730 ยกเว้นข้อมูลติดต่อและวันเกิดคุณ 304 00:17:44,813 --> 00:17:49,568 เราทำได้ ถ้าคุณทำการค้นหา ใช้จีเมลและยูทูบและอะไรแบบนั้นเมื่อวาน 305 00:17:49,651 --> 00:17:50,652 (เอริค ชมิดท์ ประธานกูเกิล) 306 00:17:50,736 --> 00:17:53,197 และคุณใช้มันจากบ้าน ผมจะบอกกรณีที่เลวร้ายที่สุดให้คุณรู้ 307 00:17:53,280 --> 00:17:56,450 คุณใช้มันจากบ้าน และคุณมีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวในบ้าน 308 00:17:56,533 --> 00:18:00,704 ในทางทฤษฎี เราหาสหสัมพันธ์ไขว้จากมันได้ และเอาข้อมูลทั้งสามมารวมกัน 309 00:18:00,788 --> 00:18:03,290 เราไม่ทำอย่างนั้น และไม่น่าจะทำอย่างนั้น 310 00:18:03,373 --> 00:18:07,461 แต่ในเดือนมกราคม 2012 กูเกิลเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัว 311 00:18:07,544 --> 00:18:11,715 และพวกเขาก็ทำอย่างนั้น กูเกิลรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน 312 00:18:11,799 --> 00:18:14,134 ข้อมูลที่บริการใดก็ตามของพวกเขาเก็บไว้ เกี่ยวกับบุคคลหนึ่งๆ 313 00:18:14,218 --> 00:18:17,262 และใส่มันเข้าไปในโปรไฟล์เดียว 314 00:18:17,346 --> 00:18:20,057 สิ่งที่เอริค ชมิดท์บอกว่าเป็น สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด 315 00:18:20,140 --> 00:18:21,642 กูเกิลได้ทำลงไปจริงๆ 316 00:18:21,725 --> 00:18:23,227 (หนึ่ง คุณยอมรับข้อตกลงต่อไปนี้) 317 00:18:23,310 --> 00:18:26,939 (เอ. เราอาจใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณ บี. เราอาจเปลี่ยนข้อตกลงนี้เมื่อใดก็ได้) 318 00:18:27,022 --> 00:18:29,441 (ซี. เราอาจแบ่งปันข้อมูลของคุณกับบุคคลที่สาม) 319 00:18:29,525 --> 00:18:33,862 คุณนั่งอยู่ตรงนี้และบอกคณะกรรมการนี้ อย่างจริงใจได้ยังไง 320 00:18:33,946 --> 00:18:35,823 ว่านี่ไม่ใช่ปัญหาที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น 321 00:18:35,906 --> 00:18:39,868 ส่วนใหญ่ของสิ่งที่ผมพยายามพูด คือผมไม่คิดว่ามีหลักฐาน 322 00:18:39,952 --> 00:18:42,621 เรื่องความล้มเหลวของตลาดหรือภัยต่อผู้บริโภค 323 00:18:42,704 --> 00:18:46,708 จากการใช้ข้อมูลส่วนตัวอย่างถูกกฎหมาย และโดยชอบธรรม... 324 00:18:48,544 --> 00:18:52,464 ในการพาณิชย์ ผมไม่คิดว่ามีหลักฐานเรื่องนั้น 325 00:18:52,548 --> 00:18:55,342 มีบริษัทที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อ เช่นแอคเซียม 326 00:18:55,425 --> 00:19:00,430 ซึ่งอ้างว่ามีข้อมูลประมาณ 1,500 เรื่อง เกี่ยวกับพลเมืองอเมริกันโดยทั่วไป 327 00:19:00,514 --> 00:19:03,559 ทุกอย่างนับจากคุณถนัดขวาหรือซ้าย 328 00:19:03,642 --> 00:19:06,854 คุณเลี้ยงหมาชนิดไหน มุมมองทางจิตวิทยาของคุณคืออะไร 329 00:19:06,937 --> 00:19:09,898 และทุกอย่างนั้นก็สามารถใช้ให้ข้อมูล 330 00:19:09,982 --> 00:19:12,860 ในการตัดสินใจที่ธุรกิจต่างๆ ตัดสินใจเกี่ยวกับเราได้เช่นกัน 331 00:19:12,943 --> 00:19:16,238 นี่คือบริษัทแบบที่ว่าที่นายจ้างจะไปหา 332 00:19:16,321 --> 00:19:19,741 เพื่อพยายามตรวจสอบข้อมูลเบื้องหลัง ใครก็ตามก่อนจะจ้างพวกเขา 333 00:19:19,825 --> 00:19:25,497 พวกเขาสามารถเชื่อมโยงข้อเท็จจริงที่ว่า คุณเข้าเว็บไซต์เอ แล้วจึงไปเว็บไซต์บี 334 00:19:25,581 --> 00:19:27,124 แล้วสุดท้ายจึงไปเว็บไซต์ซี 335 00:19:27,207 --> 00:19:30,836 และสร้างประวัติโดยละเอียดว่าเว็บไซต์ อะไรบ้างที่คุณเข้าชมออนไลน์ 336 00:19:30,961 --> 00:19:33,005 พวกเขาไม่ใส่ชื่อคุณในคุกกี้ 337 00:19:33,088 --> 00:19:35,090 พวกเขาใส่หมายเลขประจำตัว ที่ไม่เหมือนใครลงไปในคุกกี้ 338 00:19:35,174 --> 00:19:38,093 ที่อาจนำไปโยงเข้ากับชื่อคุณ ในฐานข้อมูลได้หลังจากนั้น 339 00:19:38,218 --> 00:19:42,973 ผมไม่รู้ว่าคุณเคยเห็นภาพ ระบบนิเวศเครือข่ายโฆษณา 340 00:19:43,098 --> 00:19:46,560 ที่แสดงให้เห็นผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ในระบบนิเวศเครือข่ายโฆษณาไหม มัน... 341 00:19:47,644 --> 00:19:49,104 มันมากจนชวนมึนอยู่หน่อยๆ 342 00:19:49,188 --> 00:19:52,608 ข้อมูลมีค่าต่อบุคคลต่างๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ กัน 343 00:19:52,691 --> 00:19:54,860 จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณซื้อแอลกอฮอล์จำนวนมาก 344 00:19:54,943 --> 00:19:56,695 พวกเขาอาจอยากเพิ่มเบี้ยประกันคุณ 345 00:19:56,778 --> 00:20:00,032 เพราะคิดว่าคุณมีความเสี่ยงจะติดสุรา หรืออะไรทำนองนั้น 346 00:20:00,115 --> 00:20:04,828 บริษัทอาจใช้มันในหนทางที่ส่งผลร้ายต่อคุณได้จริง 347 00:20:04,912 --> 00:20:09,791 ตัวอย่างเช่นในปี 2008 คนนับพันๆ ถูกลดวงเงินเครดิตอย่างปุบปับ 348 00:20:09,875 --> 00:20:11,084 โดยดูเหมือนไม่มีเหตุผล 349 00:20:11,793 --> 00:20:14,630 ขณะพักร้อนอยู่ เจ้าของธุรกิจผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง จากแอตแลนตา 350 00:20:14,713 --> 00:20:19,760 เห็นวงเงินตัวเองดิ่งจาก 10,800 เหลือเพียง 3,800 ดอลลาร์ ทำลายวันหยุดพักผ่อนของเขา 351 00:20:19,843 --> 00:20:21,345 จดหมายที่เขาได้รับบอกว่าอย่างนี้ 352 00:20:21,428 --> 00:20:23,430 "ลูกค้ารายอื่นๆ ที่ใช้บัตร 353 00:20:23,513 --> 00:20:25,474 ที่ร้านที่ท่านซื้อสินค้าเมื่อเร็วๆ นี้ 354 00:20:25,557 --> 00:20:28,060 มีประวัติการจ่ายเงินไม่ดีกับอเมริกันเอ็กซ์เพรส" 355 00:20:28,560 --> 00:20:30,270 นี่หมายถึงบริษัทอย่างวอลมาร์ท 356 00:20:30,979 --> 00:20:33,565 และในเมืองมินนีแอโพลิส คุณพ่อรายหนึ่งเข้ามาในห้างทาร์เก็ต 357 00:20:33,649 --> 00:20:37,277 อย่างโกรธจัดที่ทางห้างส่งคูปอง สำหรับผู้ตั้งครรภ์ให้ลูกสาววัยรุ่นของเขา 358 00:20:37,361 --> 00:20:39,863 คูปองที่ส่งไปหาเธอ 359 00:20:39,947 --> 00:20:43,367 ชายคนนี้คิดว่าทาร์เก็ตพยายามส่งเสริม ให้ลูกสาวเขาตั้งครรภ์ 360 00:20:43,450 --> 00:20:46,161 ปรากฎว่าเนื่องจากนิสัยในการซื้อสินค้าของเธอ 361 00:20:46,245 --> 00:20:49,998 ทาร์เก็ตรู้ว่านักเรียนไฮสคูลผู้นี้ตั้งครรภ์ ก่อนพ่อเธอเองจะรู้ 362 00:20:50,082 --> 00:20:52,084 คุณพ่อกล่าวขอโทษภายหลัง 363 00:20:53,418 --> 00:20:54,503 และในเนเธอร์แลนด์ 364 00:20:54,586 --> 00:20:57,381 ข้อมูลถูกใช้ทำร้ายลูกค้าในรูปแบบใหม่โดยสิ้นเชิง 365 00:20:57,464 --> 00:20:59,883 ตอนนี้เมื่อเราขับรถและใช้จีพีเอส 366 00:20:59,967 --> 00:21:03,428 จีพีเอสจะส่งสัญญาณกลับไป ว่าเราเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน 367 00:21:03,512 --> 00:21:05,847 มันเป็นประโยชน์จริงๆ ในการช่วยเราเลี่ยงการจราจร 368 00:21:05,931 --> 00:21:08,350 แต่นั่นทำให้บริษัทเล็กๆ ชื่อทอมทอมนึกสงสัย 369 00:21:08,433 --> 00:21:11,144 ว่ามีใครอื่นอีกที่อาจสนใจ อยากรู้ความเร็วการจราจร 370 00:21:11,228 --> 00:21:12,229 ดังนั้นในเนเธอร์แลนด์ 371 00:21:12,312 --> 00:21:15,232 ข้อมูลที่ผู้คนยินดีแลกเพื่อหาทางที่เร็วกว่ากลับบ้าน 372 00:21:15,315 --> 00:21:18,735 ได้ถูกขายให้ทางการเพื่อออกใบสั่ง ให้คนขับรถรายเดียวกันนั้น 373 00:21:20,737 --> 00:21:26,535 (สอง ข้อจำกัดความรับผิด) 374 00:21:26,618 --> 00:21:32,582 เหตุผลที่เราไม่มีกฎหมายความเป็นส่วนตัวพื้นฐาน เป็นเพราะเอฟบีไอหรือเปล่า เปล่าเลย 375 00:21:32,666 --> 00:21:35,502 ส่วนใหญ่แล้วนั่นเป็นเพราะ การล็อบบี้ของบริษัทต่างๆ 376 00:21:35,585 --> 00:21:38,338 ที่สร้างธุรกิจอันเฟื่องฟูสุดขีดขึ้นมา 377 00:21:38,422 --> 00:21:40,173 โดยมีกิจกรรมทางธุรกิจเหล่านี้เป็นแกน 378 00:21:40,257 --> 00:21:42,592 และไม่อยากทำอะไรที่จะทำให้เรื่องนั้นสะดุด 379 00:21:43,969 --> 00:21:49,433 ภายใต้ข้อตกลงและเงื่อนไขของเฟซบุ๊ก ผู้ใช้งานต้องอายุ 13 ปีขึ้นไป 380 00:21:49,516 --> 00:21:53,729 แต่ถึงอย่างนี้ ตามการศึกษา รายงานจากลูกค้าเมื่อไม่นานมานี้ 381 00:21:53,812 --> 00:21:57,691 กลับมีผู้ใช้งานประมาณ 7.5 ล้านคน ที่อายุต่ำกว่า 13 ปี 382 00:21:57,774 --> 00:22:02,321 ข้อแรก เราไม่อนุญาตให้ คนอายุต่ำกว่า 13 มีบัญชี 383 00:22:02,404 --> 00:22:05,907 และปฏิกิริยาที่ผมมีต่อเรื่องนั้น ก็คือนั่นเป็นเรื่องแก้ตัวไม่ได้โดยสิ้นเชิง 384 00:22:05,991 --> 00:22:08,285 ไม่น่าเชื่อว่าคุณพูดจะแบบนั้นออกมา 385 00:22:08,368 --> 00:22:11,705 ท่านวุฒิสมาชิกครับ ผมแค่อยากบอกว่า เราเห็นพ้องกับประเด็นของท่านอย่างยิ่งจริงๆ 386 00:22:11,788 --> 00:22:14,541 ว่ากันว่าเฟซบุ๊กส่งกองทัพทนายมา 387 00:22:14,624 --> 00:22:18,295 เพื่อให้กฎหมายความเป็นส่วนตัวฉบับสุดท้าย ที่ออกมาในปี 2011 388 00:22:18,378 --> 00:22:20,213 จืดจางลงอย่างมีนัยสำคัญ 389 00:22:20,297 --> 00:22:22,841 ในทางที่จะไม่ส่งผลกระทบ ต่อโมเดลธุรกิจของเฟซบุ๊ก 390 00:22:22,924 --> 00:22:24,384 ผมชื่ออลัน เดวิดสัน 391 00:22:24,468 --> 00:22:28,805 และผมเป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ของกูเกิลในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ 392 00:22:28,889 --> 00:22:30,599 สารของผมในวันนี้เรียบง่าย 393 00:22:30,682 --> 00:22:34,603 อย่างที่เราได้ยินกันมา บริการทางมือถือสร้าง ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล 394 00:22:34,686 --> 00:22:40,025 ผมขอปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการปกป้อง ความเป็นส่วนตัวเป็นศัตรูของนวัตกรรม 395 00:22:40,776 --> 00:22:43,820 มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นแน่ และมันก็ไม่ใช่ 396 00:22:43,904 --> 00:22:47,115 มันเป็นปีแห่งการล็อบบี้ที่มีค่าใช้จ่ายสูง สำหรับบริษัทใหญ่เหล่านี้ 397 00:22:47,199 --> 00:22:49,951 กูเกิลใช้จ่ายเงินถึงห้าเท่าของที่ใช้ในปีก่อนนั้น 398 00:22:50,035 --> 00:22:52,162 และเฟซบุ๊กใช้จ่ายเงินถึงสี่เท่า 399 00:22:52,245 --> 00:22:57,292 ร่างกฎหมายวุฒิสภา 242 จะคุ้มครอง ผู้ใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมบนอินเทอร์เน็ต 400 00:22:57,376 --> 00:23:02,839 มันจะคุ้มครองผู้ใช้งานเหล่านี้จากการ ถูกขโมยตัวตนและจากการติดต่ออันไม่พึงประสงค์ 401 00:23:02,923 --> 00:23:05,509 ด้วยการเก็บข้อมูลส่วนตัว ของพวกเขาไว้เป็นส่วนตัว 402 00:23:05,592 --> 00:23:07,928 แน่ละว่ายกเว้นพวกเขาจะตกลงแบ่งปันมัน 403 00:23:08,011 --> 00:23:13,183 ผมรู้ว่าสมาชิกหลายคน รวมถึงตัวผมด้วย ไม่อยากก่อผลกระทบทางลบ 404 00:23:13,517 --> 00:23:16,186 กับอุตสาหกรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง ต่อรัฐแคลิฟอร์เนีย 405 00:23:16,269 --> 00:23:19,606 บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ 406 00:23:19,689 --> 00:23:22,150 ไม่อยากเห็นกฎข้อบังคับอะไรทั้งสิ้น 407 00:23:22,234 --> 00:23:24,694 ฉันจึงคิดว่านั่นเป็นกุญแจสำคัญจริงๆ 408 00:23:24,778 --> 00:23:28,031 และหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่ฉันพบ ในบทสนทนาเหล่านี้ 409 00:23:28,115 --> 00:23:34,663 คือสมาชิกจำนวนมากของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมด้วยซ้ำ 410 00:23:34,746 --> 00:23:37,082 เพราะพวกเขากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว 411 00:23:37,165 --> 00:23:38,875 และในขณะที่มีการรับฟังกฎหมายฉบับนี้อยู่ 412 00:23:38,959 --> 00:23:43,380 ถึงแม้พวกนักล็อบบี้จะอยู่ในห้องคณะกรรมการ ตลอดทั้งการพิจารณา 413 00:23:43,463 --> 00:23:48,260 พวกเขาก็กลับไม่ก้าวออกมาพูด มันจึงเป็นกระบวนการที่น่าสนใจอยู่สักหน่อย 414 00:23:48,343 --> 00:23:50,971 คล้ายการลอบฆ่ากฎหมายนั่น 415 00:23:51,054 --> 00:23:55,225 โดยไม่มีโอกาสให้สาธารณชนได้เห็นจริงๆ ว่าใครเป็นผู้คัดค้าน 416 00:23:55,308 --> 00:23:59,062 พวกอย่างกูเกิลหรือเฟซบุ๊ก เป็นฝ่ายคัดค้านอย่างหนัก 417 00:23:59,146 --> 00:24:00,480 โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก 418 00:24:01,523 --> 00:24:03,108 เฟซบุ๊กมีอะไรให้เสียหรือครับ 419 00:24:04,025 --> 00:24:09,531 รู้ไหม ฉันไม่เข้าใจ ตรรกะของพวกเขาจริงๆ หรอก 420 00:24:09,614 --> 00:24:12,200 และคุณคงต้องไปถามพวกเขาเรื่องนั้น แต่ว่า... 421 00:24:13,076 --> 00:24:15,162 เมื่อฉันวิเคราะห์ประเด็นแบบนี้... 422 00:24:15,245 --> 00:24:17,998 ผมคงอยากถามพวกเขาเรื่องนั้น แต่พวกเขาจะไม่คุยกับผม เพราะงั้น... 423 00:24:18,081 --> 00:24:19,207 ฉันไม่แปลกใจเลย 424 00:24:19,833 --> 00:24:25,464 ฉันไม่คิดว่าเรื่องกฎหมายและข้อบังคับ จะนำมาใช้ได้แน่หรอก 425 00:24:25,547 --> 00:24:28,967 เมื่อเป็นเรื่องของอะไรแบบ การปฏิสัมพันธ์กับ 426 00:24:29,050 --> 00:24:30,969 บริษัทที่อยากขายอะไรบางอย่างให้เรา 427 00:24:31,553 --> 00:24:33,597 ใช่ เราควรกังวล 428 00:24:35,432 --> 00:24:37,017 แต่กังวลเรื่องอะไรล่ะ 429 00:24:38,059 --> 00:24:41,771 แน่ละว่าการเก็บข้อมูลที่นโยบายความเป็นส่วนตัว อนุญาตให้ทำนั้นช่วยกระตุ้นการพาณิชย์ 430 00:24:41,855 --> 00:24:44,691 แต่มีบางสิ่งที่จริงจังกว่านั้น ซึ่งเราตกลงยอมรับไปหรือเปล่า 431 00:24:48,445 --> 00:24:53,658 (สาม เราอาจแบ่งปันข้อมูลของคุณให้รัฐบาล) 432 00:24:55,535 --> 00:24:58,413 การตระหนักรู้ข้อมูลเบ็ดเสร็จ 433 00:24:58,497 --> 00:25:01,791 โครงการที่รัฐบาลริเริ่มขึ้น ในเดือนมกราคม 2002 434 00:25:02,834 --> 00:25:06,588 ภารกิจของมันคือการเก็บรวบรวม การส่งข้อมูลดิจิทัลทุกอย่างที่นึกไปถึงได้ 435 00:25:07,214 --> 00:25:09,549 และใช่ นี่คือสัญลักษณ์จริงของพวกเขา 436 00:25:09,633 --> 00:25:12,844 ดวงตาแห่งพีระมิด ซึ่งกวาดสำรวจโลกด้วยลำแสงเลเซอร์ 437 00:25:12,928 --> 00:25:16,556 มันดูคล้ายกันอย่างประหลาด กับสิ่งที่อยู่ในเสื้อฮู้ดของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก 438 00:25:16,640 --> 00:25:20,602 - ทำให้โลกเปิดกว้างและเชื่อมต่อกันมากขึ้น - อุ๊ย มันเหมือนลัทธิลับเลย 439 00:25:21,645 --> 00:25:25,440 โครงการการตระหนักรู้ข้อมูลเบ็ดเสร็จ เป็นโครงการที่ออกแบบมาให้เชื่อมโยงจุดต่างๆ 440 00:25:25,524 --> 00:25:29,069 ให้เชื่อมโยงกิจกรรมทางธนาคาร กับการค้นหาเที่ยวบิน 441 00:25:29,152 --> 00:25:31,696 กับกิจกรรมออนไลน์ 442 00:25:31,780 --> 00:25:36,952 แต่ชัดเจนว่าทางเพนตากอนกำลังเคลื่อนไหว เพื่อสร้างดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ที่สุดที่เคยมี 443 00:25:37,035 --> 00:25:40,080 เพื่อจับตาดูชาวอเมริกันทุกคน 444 00:25:40,163 --> 00:25:42,791 คุณกำลังมองหาแนวโน้มและธุรกรรมต่างๆ 445 00:25:42,874 --> 00:25:46,378 ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่อาจเป็นการก่อการร้าย 446 00:25:47,295 --> 00:25:49,506 พวกเขาเชื่อว่าเมื่อมีข้อมูลมากพอ 447 00:25:49,589 --> 00:25:53,760 พวกเขาจะสามารถคาดเดาว่า ใครจะมีส่วนร่วมในอาชญากรรมเลวร้าย 448 00:25:53,843 --> 00:25:58,390 สาธารณชนเดือดดาล สภาคองเกรสเดือดดาล โครงการได้ถูกปิดลง 449 00:25:58,473 --> 00:26:01,142 บทเรียนที่รัฐบาลได้เรียนรู้หลังจาก... 450 00:26:01,935 --> 00:26:05,272 ความล้มเหลวของโครงการการตระหนักรู้ ข้อมูลเบ็ดเสร็จ คือถ้าคุณจะสร้าง 451 00:26:05,355 --> 00:26:09,276 โครงการสอดแนมขนาดยักษ์ขึ้นมา อย่าตั้งชื่อชวนขนลุกให้มัน 452 00:26:09,776 --> 00:26:13,363 ไม่มีอะไรที่จะป้องกันไม่ให้พวกเขา พัฒนาความสามารถแบบเดียวกันขึ้นมา 453 00:26:13,446 --> 00:26:15,699 เพียงแต่ในทางที่ฉลาดกว่า จากจุดยืนของพวกเขา 454 00:26:18,952 --> 00:26:21,913 (สาม เราอาจแบ่งปันข้อมูลของคุณให้รัฐบาล เอ. การใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์) 455 00:26:21,997 --> 00:26:23,999 การดักฟังต้องใช้คำสั่งศาล 456 00:26:25,458 --> 00:26:27,043 ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป 457 00:26:27,127 --> 00:26:27,961 (20 เม.ย. 2004) 458 00:26:28,044 --> 00:26:30,630 แต่ในความเป็นจริง มีเรื่องมากมายที่เปลี่ยนไป 459 00:26:30,714 --> 00:26:33,174 มีคนบอกเราวันหนึ่งเมื่อปลายปี 2002... 460 00:26:33,258 --> 00:26:34,092 (16 ก.ค. 2006) 461 00:26:34,175 --> 00:26:36,177 ...ว่าตัวแทนเอ็นเอสเอ 462 00:26:36,261 --> 00:26:37,512 จะเข้ามาที่สำนักงาน 463 00:26:37,596 --> 00:26:40,140 มาร์ค ไคลน์มาหาเรา 464 00:26:40,223 --> 00:26:43,768 ที่มูลนิธิอิเล็กทรอนิกส์ฟรอนเทียร์ พร้อมข้อมูลและเอกสาร 465 00:26:43,852 --> 00:26:49,274 ที่แสดงให้เห็นว่าเอทีแอนด์ที มีส่วนร่วมในโครงการดักฟัง 466 00:26:49,357 --> 00:26:52,110 เอ็นเอสเอต่างจากซีไอเอมาก 467 00:26:52,193 --> 00:26:56,781 ข้อแรก มันมีขนาดประมาณสามเท่า มันมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากๆ 468 00:26:56,865 --> 00:27:01,953 มันลึกลับกว่าซีไอเอมหาศาล 469 00:27:02,037 --> 00:27:04,706 และสิ่งที่มันทำก็แตกต่างไปมาก 470 00:27:04,789 --> 00:27:10,503 มันมุ่งเน้นการลอบฟัง การเจาะเข้าไป ในข่ายเชื่อมโยงการสื่อสารใหญ่ๆ 471 00:27:10,587 --> 00:27:12,881 พวกเขามีห้องลับ อยู่ในสำนักงานของพวกเขาจริงๆ 472 00:27:12,964 --> 00:27:15,884 และพวกเขาก็ทำสำเนาการใช้อินเทอร์เน็ต 473 00:27:15,967 --> 00:27:17,594 และส่งมันไปให้เอ็นเอสเอ 474 00:27:18,094 --> 00:27:20,930 ดังนั้นในแง่หนึ่ง พวกเขาก็ดูดข้อมูล โกยทุกอย่างมา 475 00:27:21,014 --> 00:27:22,724 ทุกอย่างถูกดูดมาอย่างมืดบอด 476 00:27:22,807 --> 00:27:23,642 (มาร์ค ไคลน์) 477 00:27:23,725 --> 00:27:25,769 ทุกอย่างที่ผ่านข่ายเชื่อมโยงเหล่านี้มา 478 00:27:25,852 --> 00:27:28,104 - คุณแน่ใจเรื่องนั้นหรือครับ - ผมแน่ใจเรื่องนั้น 479 00:27:28,188 --> 00:27:29,856 ประธานาธิบดีบุชจึงสารภาพเรื่องนั้น 480 00:27:30,940 --> 00:27:33,943 ผมอนุญาตให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ 481 00:27:34,027 --> 00:27:37,238 ดักการสื่อสารข้ามชาติ 482 00:27:37,322 --> 00:27:43,536 ของคนที่ทราบว่ามีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มอัลกออิดะฮ์และองค์กรก่อการร้ายที่เกี่ยวข้อง 483 00:27:44,204 --> 00:27:47,248 ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังวาระการเป็นประธานาธิบดีของบุชสิ้นสุด 484 00:27:47,332 --> 00:27:49,959 ก่อนอดีตนักวิเคราะห์ ที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติจะออกมา 485 00:27:50,043 --> 00:27:51,211 เปิดเผยข้อกล่าวหาใหม่ 486 00:27:51,294 --> 00:27:54,047 เรื่องที่ว่าประเทศนี้ถูกสอดแนม โดยรัฐบาลของตัวเองอย่างไร 487 00:27:54,130 --> 00:27:58,093 สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเข้าถึง การสื่อสารของชาวอเมริกันทุกคน 488 00:27:58,176 --> 00:28:04,182 ทั้งแฟ็กซ์ โทรศัพท์ และการสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ 489 00:28:04,265 --> 00:28:05,850 มีบันทึกอยู่ที่ไหนสักแห่งหรือเปล่า 490 00:28:05,934 --> 00:28:09,270 บันทึกทุกการสนทนาที่ผมคุยกับหลานตัวน้อยของผม ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก 491 00:28:09,354 --> 00:28:11,898 - มันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า - มันจะมีทุกอย่าง ใช่ครับ 492 00:28:13,650 --> 00:28:14,818 มันจะมีทุกอย่าง 493 00:28:16,111 --> 00:28:18,738 แต่แล้วประทีปแห่งความหวังก็มาถึงทำเนียบขาว 494 00:28:19,239 --> 00:28:20,240 สวัสดีครับ วุฒิสมาชิกโอบามา 495 00:28:20,323 --> 00:28:23,868 ผมซึ้งใจที่คุณให้โอกาสเราถามคำถามคุณ 496 00:28:23,952 --> 00:28:27,372 ผมเป็นทนายที่เป็นตัวแทนผู้เป่านกหวีดเตือน เรื่องรัฐบาลกลาง 497 00:28:27,455 --> 00:28:31,167 และผมก็ผิดหวังมากเมื่อได้รู้ว่าคุณสนับสนุน 498 00:28:31,251 --> 00:28:35,714 กฎหมายที่ปล่อยให้บริษัทโทรศัพท์ลอยนวล 499 00:28:35,797 --> 00:28:38,425 เมื่อพวกเขาช่วยรัฐบาลกลาง... 500 00:28:40,802 --> 00:28:44,222 ดักฟังโทรศัพท์โดยไม่มีหมายศาล 501 00:28:45,640 --> 00:28:47,517 ผมตระหนักดีว่าบางคนรู้สึกยังไง 502 00:28:47,600 --> 00:28:50,186 บริษัทโทรศัพท์มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้ 503 00:28:50,270 --> 00:28:53,440 พวกเขาควรจะยังถูกบังคับให้รับผิดชอบ ผมเข้าใจข้อโต้แย้งนั้น 504 00:28:53,523 --> 00:28:55,483 แต่ปัญหาคือโครงการสอดแนมนั้น 505 00:28:55,567 --> 00:28:58,737 ที่จริงแล้วเป็นโครงการที่ผมเชื่อว่า จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติเรา 506 00:28:59,696 --> 00:29:00,739 พวกเขาไม่ต้องรับผิด 507 00:29:00,822 --> 00:29:03,825 แต่นั่นแปลว่าโครงการพวกนั้น ยังถูกปิดลง ใช่มั้ย 508 00:29:04,617 --> 00:29:08,371 - โครงการถูกปิดลงเหรอ - ครับ โครงการดักฟังนั่น 509 00:29:08,455 --> 00:29:09,831 ฉันไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อ 510 00:29:09,914 --> 00:29:12,751 ว่าโครงการดักฟังนั่นถูกปิดลง ไม่เลยค่ะ 511 00:29:12,834 --> 00:29:15,879 ถ้าโครงการดักฟังถูกปิดลง 512 00:29:15,962 --> 00:29:21,259 งั้นฉันก็ไม่เชื่อว่ารัฐบาลกับเอทีแอนด์ที จะยังสู้อยู่ในศาล 513 00:29:21,342 --> 00:29:22,677 เพื่อให้มันถูกกฎหมาย 514 00:29:24,179 --> 00:29:26,181 งั้นบารัก โอบามาก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยหรือ 515 00:29:26,264 --> 00:29:29,684 ไม่เลยค่ะ บารัก โอบามา ไม่ได้ปิดโครงการพวกนั้น 516 00:29:29,768 --> 00:29:35,023 หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ถึงแม้เขาจะเคยขู่จะทำก่อนได้เป็นประธานาธิบดี 517 00:29:36,566 --> 00:29:39,194 (สาม เราอาจแบ่งปันข้อมูลของคุณให้รัฐบาล) 518 00:29:39,277 --> 00:29:41,863 (เอ. การใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ บี. เครือข่ายสังคม) 519 00:29:41,946 --> 00:29:44,657 ตอนเราเริ่มต้น ในห้องพักของหอผมที่ฮาร์วาร์ด 520 00:29:45,867 --> 00:29:47,452 คำถามที่คนเขาถามกันก็คือ 521 00:29:47,535 --> 00:29:50,622 ฉันจะอยากเอาข้อมูลอะไรก็ตาม ขึ้นอินเทอร์เน็ตไปทำไม 522 00:29:50,747 --> 00:29:52,415 ฉันจะอยากมีเว็บไซต์ไปทำไม 523 00:29:52,499 --> 00:29:55,752 คนเราเริ่มสบายใจมากขึ้นจริงๆ กับการไม่เพียงแต่แชร์ข้อมูลมากขึ้น 524 00:29:55,835 --> 00:29:58,463 ในแบบต่างๆ แต่ยังแชร์อย่างเปิดเผย และกับคนจำนวนมากขึ้นด้วย 525 00:29:58,546 --> 00:30:01,257 ขนบทางสังคมเรื่องนั้น เป็นสิ่งที่วิวัฒนาการตามเวลาที่ผ่านไป 526 00:30:01,341 --> 00:30:05,386 คุณอาจเคยเห็นที่เว็บดิออเนียนล้อเฟซบุ๊ก 527 00:30:05,470 --> 00:30:11,810 ที่ว่าซีไอเอเพิ่งประกาศผลงานคิดค้นล่าสุด อันแสนสะดวกของพวกเขา คือเฟซบุ๊ก 528 00:30:11,893 --> 00:30:14,354 ตามรายงานของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ 529 00:30:14,437 --> 00:30:17,982 เฟซบุ๊กได้เข้าแทนที่โครงการเก็บข้อมูลอื่นๆ เกือบทุกโครงการของซีไอเอ 530 00:30:18,066 --> 00:30:19,984 นับจากมันเปิดตัวในปี 2004 531 00:30:20,777 --> 00:30:23,238 หลังจากหลายปี ของการจับตาดูสาธารณชนอย่างลับๆ 532 00:30:23,321 --> 00:30:27,033 เราตกตะลึงที่มีคนมากเหลือเกิน ที่เต็มใจเปิดเผยต่อสาธารณะเรื่องที่ที่พวกเขาอยู่ 533 00:30:27,116 --> 00:30:31,204 มุมมองทางศาสนาและการเมืองของพวกเขา รายชื่อเพื่อนทุกคนเรียงตามลำดับตัวอักษร 534 00:30:31,287 --> 00:30:36,167 อีเมลส่วนตัว หมายเลขโทรศัพท์ รูปพวกเขานับร้อยๆ รูป 535 00:30:36,251 --> 00:30:39,712 และกระทั่งการอัพเดตสถานะ ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ อึดใจต่ออึดใจ 536 00:30:39,796 --> 00:30:42,632 มันเป็นฝันที่เป็นจริงของซีไอเอโดยแท้ 537 00:30:42,715 --> 00:30:47,303 หน่วยงานอย่างเอฟบีไอและเอ็นเอสเอในโลกนี้ ชื่นชมข้อเท็จจริง 538 00:30:47,387 --> 00:30:50,557 ที่ว่ากูเกิลและเฟซบุ๊กสร้างโมเดลธุรกิจ 539 00:30:50,640 --> 00:30:53,810 โดยอาศัยการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานเป็นแกน เพราะมันทำให้งานของพวกเขาง่ายขึ้นมาก 540 00:30:53,893 --> 00:30:57,105 บทความนั้นในนิตยสารไทม์ เริ่มต้นด้วยเกร็ดข้อมูลนี้... 541 00:30:57,188 --> 00:31:01,901 พวกเขานั่งอยู่ในคอกโปร่งใส ในพื้นที่เปิดโล่งในเฟซบุ๊ก 542 00:31:01,985 --> 00:31:06,072 โรเบิร์ต มุลเลอร์เป็นชายคนเดียวในห้องนั้น ที่ผูกเนคไท 543 00:31:06,155 --> 00:31:10,201 และเขาก็แก่กว่า สวมสูท แล้วเขาก็บอกว่า "ผมมาอยู่ในตึกนี้เฉยๆ 544 00:31:10,285 --> 00:31:12,579 แล้วผมก็อยากทักทายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" 545 00:31:12,662 --> 00:31:14,372 เขาทักทายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก 546 00:31:14,455 --> 00:31:16,624 เจ๊าะแจ๊ะกันนิดหน่อยแล้วเขาก็ไป 547 00:31:16,708 --> 00:31:19,502 แล้วทุกคนก็พูดว่านั่นมันอะไรกันวะ 548 00:31:19,586 --> 00:31:24,883 ตอนนี้ไม่มีใครถามคำถามว่า มุลเลอร์เข้าไปในตึกนั้นทำไม 549 00:31:25,758 --> 00:31:26,926 เขาเป็นหัวหน้าเอฟบีไอ 550 00:31:27,176 --> 00:31:29,012 (โรเบิร์ต มุลเลอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ) 551 00:31:29,137 --> 00:31:31,347 ดังนั้นในด้านหนึ่ง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก็พูดว่า 552 00:31:31,431 --> 00:31:36,978 เขาอยากสร้างสังคมที่เปิดกว้างขึ้น และเฟซบุ๊กก็เป็นหนทางในการทำอย่างนั้น 553 00:31:37,061 --> 00:31:40,690 ในอีกด้าน คุณก็รู้ว่ามีเรื่องอยู่มากที่คนไม่รู้ 554 00:31:40,773 --> 00:31:43,443 เกี่ยวกับวิธีที่เฟซบุ๊กใช้ข้อมูล 555 00:31:44,027 --> 00:31:45,612 ถ้าเพียงแต่มีหนทางให้รู้ได้ 556 00:31:45,695 --> 00:31:48,656 ว่าบริษัทเหล่านี้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรา ไว้มากแค่ไหน 557 00:31:48,740 --> 00:31:52,160 เอาละ ในกรณีของเฟซบุ๊ก เราได้เรียนรู้ เรื่องน่าสนใจพอดูบางอย่าง 558 00:31:52,243 --> 00:31:56,205 ด้วยฝีมือนักศึกษาคนหนึ่งในออสเตรีย และต่างจากสหรัฐฯ ยุโรปมีกฎหมาย 559 00:31:56,289 --> 00:31:59,751 ที่กำหนดให้บริษัทบอกลูกค้า ว่าได้เก็บข้อมูลอะไรเกี่ยวกับพวกเขาบ้าง 560 00:31:59,834 --> 00:32:01,336 ถ้าลูกค้ารายนั้นอยากรู้ 561 00:32:01,419 --> 00:32:04,380 และเฟซบุ๊กก็ไม่เหมือน บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ส่วนมาก 562 00:32:04,464 --> 00:32:06,049 มันสร้างสำนักงานใหญ่ในยุโรป 563 00:32:06,132 --> 00:32:07,342 (สนง.เฟซบุ๊ก ดับลิน ไอร์แลนด์) 564 00:32:07,425 --> 00:32:10,929 เห็นได้ชัดว่าเราเป็นเพียงสามคน ที่ผลักดันอย่างหนักมากพอ 565 00:32:11,012 --> 00:32:13,139 และขอครั้งแล้วครั้งเล่า 566 00:32:13,222 --> 00:32:16,267 และยื่นเรื่องผ่านเจ้าหน้าที่รัฐของไอร์แลนด์ด้วย จนกระทั่งได้ 567 00:32:16,351 --> 00:32:19,228 อย่างน้อยก็ชุดข้อมูลของเราส่วนใหญ่ มาจริงๆ ในที่สุด 568 00:32:19,312 --> 00:32:20,730 เรายังคงไม่ได้ทุกอย่างมา 569 00:32:21,564 --> 00:32:24,776 ผมมีมันอยู่ตรงนี้แหละ แค่ให้พอนึกออก ว่าที่จริงมันมากแค่ไหน 570 00:32:26,069 --> 00:32:27,779 - นั่นมันแบบว่า... - ผมถือมันได้มั้ย 571 00:32:27,862 --> 00:32:29,822 ...ลองนึกภาพแล้วดูว่ามันมากแค่ไหน 572 00:32:30,615 --> 00:32:32,825 - โอ้โห นี่มันหนักกว่าเด็กทารกอีก - ครับ 573 00:32:32,909 --> 00:32:35,620 นั่นมี 1,222 หน้า 574 00:32:35,703 --> 00:32:39,582 ผมเป็นสมาชิกเฟซบุ๊กมาสามปี แต่ผมใช้มันอย่างเข้มข้นกว่า 575 00:32:39,666 --> 00:32:41,542 ในช่วงหนึ่งปีครึ่งหลังหรือราวๆ นั้น 576 00:32:41,626 --> 00:32:44,379 ที่น่าสนใจคือที่จริงผมไม่ได้โพสต์มากนัก 577 00:32:44,462 --> 00:32:46,714 ผมเป็นคนที่โพสต์สัปดาห์ละหนหรือประมาณนั้น 578 00:32:47,090 --> 00:32:49,592 เมื่อมีข้อมูลรีมยักษ์นี่อยู่ต่อหน้าผม 579 00:32:49,676 --> 00:32:53,262 เป็นเรื่องยากไหมที่จะค้นมันและหารายละเอียด แบบเจาะจงเกี่ยวกับคนคนหนึ่งจริงๆ 580 00:32:53,346 --> 00:32:55,056 ไม่ครับ นั่นมันง่ายสุดๆ เพราะมัน... 581 00:32:55,139 --> 00:32:58,393 ผมหมายถึงเราแค่ใช้ฟังก์ชันค้นหาในไฟล์พีดีเอฟ 582 00:32:58,476 --> 00:33:01,396 คุณก็แค่พิมพ์คำหนึ่งลงไป สมมุติว่าเป็น "การประท้วง" หรือ "เซ็กซ์" 583 00:33:01,479 --> 00:33:03,272 หรือพรรคการเมืองหรืออะไรสักอย่าง 584 00:33:03,356 --> 00:33:05,650 และในไม่กี่วินาที คุณก็จะพบข้อมูลที่ถูกต้อง 585 00:33:05,733 --> 00:33:08,987 ดังนั้นในสองนาที คุณก็จะหาคำตอบได้ ว่าชาวบ้านลงคะแนนให้ใคร 586 00:33:09,070 --> 00:33:13,491 พวกเขามีปัญหาทางจิตอะไร พวกเขาไปงานเลี้ยงอะไรมา 587 00:33:14,117 --> 00:33:16,911 ที่จริงข้อมูลทั้งหมดนี้หาง่ายมาก 588 00:33:16,995 --> 00:33:19,497 ระหว่างใช้บริการนั้นเป็นช่วงสั้นๆ 589 00:33:19,580 --> 00:33:23,918 เรายังมีแฟ้มข้อมูลที่ใหญ่กว่าอะไรก็ตาม ที่ซีไอเอ เอฟบีไอ 590 00:33:24,002 --> 00:33:26,879 หรือไม่รู้สิ สตาซีเคยมีเกี่ยวกับคนธรรมดาสักคน 591 00:33:26,963 --> 00:33:30,675 ถ้าเรากดปุ่ม "ลบ" มันก็แค่แปลว่ามันถูกติดป้ายว่าลบแล้ว 592 00:33:30,758 --> 00:33:33,011 ดังนั้นที่จริงคือเราซ่อนมันจากตัวเอง 593 00:33:33,094 --> 00:33:37,515 แต่ใครๆ อย่างเฟซบุ๊กหรือหน่วยงานรัฐ หน่วยไหนก็ตามที่อยากดูมันทีหลัง 594 00:33:37,598 --> 00:33:39,517 จะยังกู้มันและเอามันคืนมาได้ 595 00:33:39,600 --> 00:33:43,146 และนั่นก็แปลว่ามันอยู่ตรงนั้น เป็นช่วงเวลาไม่สิ้นสุด 596 00:33:43,229 --> 00:33:44,647 ถึงแม้เราจะกดลบไปแล้ว 597 00:33:44,731 --> 00:33:47,859 และพวกเขาก็ถามเราไปแล้วสามรอบ ว่าเราอยากลบจริงๆ ไหม 598 00:33:48,651 --> 00:33:51,988 - มันไม่หายไปจริงๆ หรือ - มันไม่หายไปจริง มันยังอยู่ตรงนั้น 599 00:33:53,698 --> 00:33:59,162 (สี่ ข้อมูลของคุณ "นิรนาม") 600 00:33:59,245 --> 00:34:02,665 ที่สุดแล้วเราจึงนำกฎต่อไปนี้มาใช้คร่าวๆ... 601 00:34:03,541 --> 00:34:07,587 คิดถึงมันในเชิงว่าเราเปลี่ยนข้อมูล เป็นข้อมูลนิรนามภายใน 18 เดือน 602 00:34:07,670 --> 00:34:09,922 มันอาจเปลี่ยนเป็นนิรนามหลังจาก 18 เดือน 603 00:34:10,006 --> 00:34:13,259 แต่การค้นหาทั้งหมดที่เราเคยค้นยังอยู่ที่นั่น 604 00:34:13,342 --> 00:34:16,971 ข้อมูลที่แฝงอยู่ด้านใต้ยังอยู่ที่นั่น รอเปลี่ยนกลับจากนิรนามตอนไหนสักตอน 605 00:34:17,722 --> 00:34:21,476 และปรากฏว่าการเปลี่ยนบันทึกการค้นหา กลับจากนิรนามนั้นง่ายจนน่าตกใจ 606 00:34:21,559 --> 00:34:25,188 นั่นคือการนำการค้นหาส่วนตัวมา และหาคำตอบว่ามันเป็นบันทึกของใคร 607 00:34:25,271 --> 00:34:26,981 ในปี 2006 เอโอแอลส่งมอบ 608 00:34:27,065 --> 00:34:30,234 บันทึกการค้นหาของผู้ใช้งานที่ทำให้เป็นนิรนาม จำนวนหนึ่งออกสู่สาธารณะ 609 00:34:30,318 --> 00:34:32,028 และใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงสั้นๆ 610 00:34:32,111 --> 00:34:36,407 ที่นักข่าวคนหนึ่งจะถอดรหัสได้ว่า ผู้ใช้งานหมายเลข 4417749 คือใคร 611 00:34:36,491 --> 00:34:39,660 ด้วยการค้นหาสิ่งต่างๆ เช่น "นิ้วชา" "ชายโสดวัย 60" 612 00:34:39,744 --> 00:34:41,829 และ "สุนัขที่ฉี่รดทุกอย่าง" 613 00:34:41,913 --> 00:34:45,500 นักข่าวรายนั้นได้เปิดเผยตัวผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อเธลม่า อาร์โนลด์ เธออายุ 62 ปี 614 00:34:46,167 --> 00:34:50,004 แต่ก็มีผู้ใช้งานหมายเลข 17556639 ซึ่งค้นหา 615 00:34:50,088 --> 00:34:54,175 "วิธีฆ่าภรรยาตัวเอง" หลายครั้ง พร้อมกับ "ภาพหัวขาด" 616 00:34:54,258 --> 00:34:57,428 และระหว่างกลางนั้น ผู้ใช้งานรายนี้ ก็ค้นหา "สเต็กกับชีส" 617 00:34:57,970 --> 00:34:59,097 สเต็กกับชีสงั้นหรือ 618 00:34:59,847 --> 00:35:01,349 มีผู้ใช้งานออนไลน์จำนวนมาก 619 00:35:01,432 --> 00:35:04,894 ที่ด่วนตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นในที่นี้ มันเป็นการฆาตกรรม 620 00:35:04,977 --> 00:35:06,521 (ข้อมูลค้นหาเผยว่าผู้ใช้... ทำการฆาตกรรม) 621 00:35:11,859 --> 00:35:13,945 - เรนนี่ ใจเย็น! - ไงเพื่อนเก่า 622 00:35:14,028 --> 00:35:17,198 นั่งสิ ฉันจะให้นายดูอะไรบางอย่าง 623 00:35:18,741 --> 00:35:23,121 ที่ฉันให้นายดูนี่คือรายการบันทึกการค้นหา ที่ถูกทำให้นิรนาม 624 00:35:24,747 --> 00:35:26,666 บันทึกพวกนี้ถูกปล่อยมาโดยเอโอแอล 625 00:35:27,416 --> 00:35:32,046 มีอะไรในรายการนี้ ที่นายรู้ว่านายเคยค้นหามาก่อนมั้ย 626 00:35:33,131 --> 00:35:34,757 แหงละ ใช่ ฉันเคยแน่ๆ... 627 00:35:35,466 --> 00:35:38,719 ฉันเคยหาภาพรถชน และพิมพ์ว่า "หัวขาด" ลงไปแน่ๆ 628 00:35:38,803 --> 00:35:41,305 ฉันเคยหาภาพคนตายแน่ๆ 629 00:35:42,056 --> 00:35:45,184 ฉันเคยหา "ฆาตกรฆ่าภรรยา" แน่ๆ ใช่ 630 00:35:45,268 --> 00:35:47,812 อันที่จริงฉันเคยใช้คำค้นหาทุกคำในนี้ 631 00:35:48,396 --> 00:35:50,982 เข้าใจไหมครับ เจอโรมเป็นนักเขียนบท ซีรีส์โคลด์เคส 632 00:35:51,065 --> 00:35:54,152 รายการทีวีที่ทุกสัปดาห์ ตำรวจต้องไขปริศนาฆาตกรรม 633 00:35:54,735 --> 00:35:57,780 นั่นทำให้ฉันกลัวตลอด ตอนพิมพ์คำค้นหาพวกนั้นลงไป 634 00:35:57,864 --> 00:35:59,490 ถ้ามีระบบอัตโนมัติ 635 00:35:59,574 --> 00:36:02,076 ที่ปักธงเตือนว่าเราอันตราย โดยดูจากคำค้นหา 636 00:36:02,160 --> 00:36:05,663 พวกเขาจะไม่ดูแล้วบอกว่า เขาอาจทำงานรายการทีวี 637 00:36:05,746 --> 00:36:09,333 แล้วนั่นก็คือเหตุผลที่เขาเพิ่งกูเกิลหา "วิธีฆาตกรรมภรรยาที่นอกใจของฉัน" 638 00:36:09,417 --> 00:36:10,585 อะไรนะ 639 00:36:10,668 --> 00:36:14,213 ผมแค่อยากยืนยันว่าผมไม่ได้ฆ่าคุณไปแล้ว และคุณยังมีชีวิตอยู่ 640 00:36:14,297 --> 00:36:18,176 ไม่ละ ฉันได้รับอนุญาตให้ออกมาจากห้องนี้ แล้วลูกของเราก็ปลอดภัยดี 641 00:36:19,260 --> 00:36:21,804 - โอเค ดี - แล้วเขาก็สวมผ้าอ้อมสะอาดด้วย 642 00:36:21,888 --> 00:36:22,722 โอ๊ย ขอบคุณพระเจ้า 643 00:36:22,805 --> 00:36:26,309 สรุปว่าเราวางใจได้ว่านายไม่ใช่ฆาตกร 644 00:36:26,392 --> 00:36:29,478 - ฉันไม่ใช่ฆาตกร - นายเป็นนักเขียน 645 00:36:29,562 --> 00:36:30,396 ฉันเป็นนักเขียน 646 00:36:31,606 --> 00:36:32,440 โอเค 647 00:36:33,107 --> 00:36:34,775 ดีใจที่เราสะสางเรื่องนั้นได้ 648 00:36:36,027 --> 00:36:39,155 งั้นอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าระบบปักธงเตือนนั้นมีอยู่จริง 649 00:36:39,238 --> 00:36:42,658 ถ้าวันหนึ่งคุณพ่ออย่างเจอโรม อาจมีคนมาเคาะประตู 650 00:36:42,742 --> 00:36:44,827 เพราะบันทึกการค้นหาของเขา กลายเป็นสาธารณะ 651 00:36:47,413 --> 00:36:52,043 (ห้า ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย) 652 00:36:52,126 --> 00:36:53,502 สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องดูจะเป็นว่า 653 00:36:53,586 --> 00:36:55,338 เวลาที่จะเก็บรักษาข้อมูลชนิดนี้ไว้ 654 00:36:55,463 --> 00:36:57,173 ควรจะมากกว่าศูนย์วัน 655 00:36:57,256 --> 00:36:58,132 (ชมิดท์ 19 มี.ค. 2010) 656 00:36:58,216 --> 00:37:01,427 และเหตุผลก็คือมันเกี่ยวข้องกับ การทำงานของตำรวจ ผู้ก่อการร้าย 657 00:37:01,510 --> 00:37:03,638 รัฐบัญญัติความรักปิตุภูมิ เรื่องพวกนั้นทั้งหมด 658 00:37:03,721 --> 00:37:07,141 ปรากฏว่าในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่นี้ สภาพแวดล้อมดิจิทัลนี้ 659 00:37:07,225 --> 00:37:09,727 มีช่องโหว่อยู่ช่องหนึ่งในบทบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สี่ ซึ่งคือ 660 00:37:09,810 --> 00:37:12,563 ถ้าบุคคลที่สามเก็บรวบรวมข้อมูลนี้ ไว้เป็นจำนวนมาก 661 00:37:12,647 --> 00:37:15,024 รัฐบาลจะไม่ต้องลำบาก ผ่านขั้นตอนแบบเดียวกันนั้นเอง 662 00:37:15,107 --> 00:37:16,776 มันเรียกว่าหลักนโยบายบุคคลที่สาม 663 00:37:17,526 --> 00:37:21,239 หลักนโยบายบุคคลที่สามแปลว่าเมื่อคุณ ซึ่งเป็นผู้บริโภค 664 00:37:21,322 --> 00:37:24,408 แบ่งปันข้อมูลกับธนาคาร กับผู้ให้บริการอีเมล 665 00:37:24,492 --> 00:37:28,955 กับเสิร์ชเอนจิน กับบริษัทเทคโนโลยีประเภทไหนก็ตาม 666 00:37:29,288 --> 00:37:33,167 โดยพื้นฐานแล้วคุณได้ยอมสละสิ่งที่จะเป็น 667 00:37:33,251 --> 00:37:35,670 ความคุ้มครองข้อมูลนั้นๆ ของคุณ ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สี่ 668 00:37:35,753 --> 00:37:38,547 การที่รัฐบาลจะขอข้อมูลมาจากกูเกิลหรือเฟซบุ๊ก 669 00:37:38,631 --> 00:37:41,050 มันง่ายกว่าการที่รัฐบาลจะหาเอง 670 00:37:41,133 --> 00:37:42,927 และติดอุปกรณ์ดักฟังโทรศัพท์ของเรามาก 671 00:37:43,010 --> 00:37:47,974 บริษัทใหญ่ๆ อย่างกูเกิลและเฟซบุ๊ก ได้รับคำขอเป็นพันๆ คำขอในแต่ละปี 672 00:37:48,057 --> 00:37:49,767 จากหน่วยงานรัฐ 673 00:37:49,850 --> 00:37:52,478 เฟซบุ๊กมีพนักงาน 25 คน ที่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากการสอดแนม 674 00:37:52,561 --> 00:37:57,441 และบริษัทเหล่านี้ก็ได้รับคำขอเป็นกิจวัตร พวกเขาดำเนินการคำขอนั้นตามขั้นตอน 675 00:37:57,525 --> 00:37:58,859 คุณอาจประหลาดใจที่ได้ยินว่า 676 00:37:58,943 --> 00:38:02,655 การค้นอีเมลอย่างลับๆ โดยภาครัฐ ดูจะเป็นเรื่องพบได้ทั่วไป 677 00:38:02,738 --> 00:38:09,245 กฎหมายที่ควบคุมว่าเมื่อไรที่รัฐบาล จะขอดูการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ 678 00:38:09,328 --> 00:38:12,373 เช่นอีเมลและสิ่งที่สั่งเก็บจากทางไกลได้นั้น 679 00:38:12,456 --> 00:38:17,336 เขียนขึ้นในปี 1986 และมันอาจมีผลกระทบ ที่จะเปิดช่องให้รัฐบาล 680 00:38:17,420 --> 00:38:21,507 อ้างได้เป็นอย่างน้อยว่าพวกเขาควร ขอข้อมูลสถานที่มาได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น 681 00:38:21,590 --> 00:38:25,303 หรือในช่วงหนึ่ง รัฐบาลก็เคยอ้างว่า รัฐไม่ต้องการหมายค้น 682 00:38:25,386 --> 00:38:27,346 ในการดูอีเมลที่คุณเปิดอ่านแล้ว 683 00:38:29,390 --> 00:38:34,645 (ห้า ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย เอ. คำร้องขอจากภาครัฐ) 684 00:38:34,729 --> 00:38:36,856 ในฤดูใบไม้ผลิปี 2011 685 00:38:36,939 --> 00:38:40,151 กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะเอฟบีไอ 686 00:38:40,234 --> 00:38:44,864 ส่งคำขอหลายคำขอไปให้บริษัทอินเทอร์เน็ต โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนกรณีหนึ่ง 687 00:38:44,947 --> 00:38:47,408 เกี่ยวกับบุคคลที่เชื่อมโยงกับวิกิลีกส์ 688 00:38:47,992 --> 00:38:52,455 เราได้ปล่อยเอกสารลับ 400,000 ฉบับออกมา... 689 00:38:52,538 --> 00:38:54,582 สำหรับพวกคุณที่ไม่รู้ว่าจูเลียน อัสซานจ์เป็นใคร 690 00:38:54,665 --> 00:38:56,125 เขาก่อตั้งวิกิลีกส์ขึ้น 691 00:38:56,917 --> 00:39:00,880 ในอดีต วิกิลีกส์ได้ปล่อยเอกสารลับ เกี่ยวกับสงครามอิรัก 692 00:39:00,963 --> 00:39:03,007 อ่าวกวนตานาโม และอัฟกานิสถานออกมา 693 00:39:04,216 --> 00:39:07,553 และคุณก็รู้ว่านั่นเป็นพัฒนาการเชิงบวก อย่างเห็นได้ชัด 694 00:39:07,636 --> 00:39:10,222 สำหรับพวกเราที่คิดว่าข้อมูลนั้น... 695 00:39:10,306 --> 00:39:11,515 (โฆษกกลุ่มแฮ็กติวิสต์แอนอนีมัส) 696 00:39:11,599 --> 00:39:13,934 ...ควรเข้าถึงได้มากขึ้น เกือบจะไม่ว่าในกรณีใด 697 00:39:14,018 --> 00:39:17,938 และเห็นได้ชัดว่ามันเป็นพัฒนาการที่คุกคาม สถาบันพวกนั้น เข่นบริษัทต่างๆ 698 00:39:18,022 --> 00:39:21,359 ซึ่งในหลายกรณีต้องพึ่งการเก็บความลับ 699 00:39:21,942 --> 00:39:25,154 ผมขอประณามการกระทำของวิกิลีกส์ 700 00:39:25,237 --> 00:39:27,907 มันทำให้ความมั่นคงของชาติเรา ตกอยู่ในความเสี่ยง 701 00:39:27,990 --> 00:39:32,703 ทวิตเตอร์ได้รับคำสั่งที่ขอข้อมูล เกี่ยวกับผู้ใช้ทวิตเตอร์บางคน 702 00:39:32,787 --> 00:39:33,662 คนพวกนี้ทุกคนเป็นผู้ใช้งาน 703 00:39:33,746 --> 00:39:38,000 ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ผู้เป่านกหวีดที่ชื่อวิกิลีกส์ 704 00:39:38,084 --> 00:39:40,002 ยังไงก็ตาม มันไม่ใช่แค่คำสั่งธรรมดา 705 00:39:40,086 --> 00:39:43,005 ที่จริงมันเป็นคำสั่งเปิดเผยข้อมูล และมันก็มากับคำสั่งปิดปาก 706 00:39:43,089 --> 00:39:46,008 มันสั่งห้ามทวิตเตอร์พูดออกสาธารณะ 707 00:39:46,092 --> 00:39:48,386 เรื่องข้อเท็จจริงที่พวกเขาได้รับคำขอนี้ 708 00:39:48,469 --> 00:39:49,678 อัสซานจ์ประณามการเคลื่อนไหวนี้ 709 00:39:49,762 --> 00:39:52,890 เขากล่าวว่าตนเชื่อว่าบริษัทอินเทอร์เน็ต รายอื่นๆ ของอเมริกา 710 00:39:52,973 --> 00:39:57,228 เช่นเฟซบุ๊กและกูเกิล อาจได้รับคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลเช่นกัน 711 00:39:57,311 --> 00:40:01,023 บริษัทอย่างอเมซอน ยาฮู ดรอปบ็อกซ์... 712 00:40:02,191 --> 00:40:07,113 แม้แต่เฟซบุ๊กก็สามารถส่งข้อมูลให้รัฐบาลได้ 713 00:40:07,196 --> 00:40:08,823 โดยไม่แจ้งผู้ใช้ก่อน 714 00:40:09,657 --> 00:40:12,910 ต่อให้คุณคิดว่าสิ่งที่คนพวกนี้ทำอยู่ผิด 715 00:40:12,993 --> 00:40:18,457 นั่นก็คือเหตุผลที่บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่หนึ่งมีอยู่ เพื่อปกป้องคนที่ไม่เป็นที่นิยม 716 00:40:18,541 --> 00:40:21,794 ซึ่งกล่าวสิ่งที่ไม่เป็นที่นิยม 717 00:40:21,877 --> 00:40:23,045 แต่ทวิตเตอร์สู้กลับ 718 00:40:23,129 --> 00:40:26,507 พวกเขาปล่อยข้อมูลนั้นให้ผู้ใช้งานดังกล่าว และแจ้งให้พวกเขารู้ล่วงหน้า 719 00:40:26,590 --> 00:40:29,343 และพวกเขาก็ประสบความสำเร็จ ในการขอกลับคำสั่งปิดปาก 720 00:40:29,427 --> 00:40:32,555 ระหว่างนั้น อเมซอน เพย์พาล มาสเตอร์การ์ด และวีซ่า 721 00:40:32,638 --> 00:40:35,099 พวกเขาล้วนยอมจำนนต่อแรงกดดัน เกี่ยวกับผู้ใช้งานของตน 722 00:40:35,182 --> 00:40:37,101 คุณก็รู้ วัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์ภักดี 723 00:40:37,184 --> 00:40:41,188 ไม่ใช่ต่อคุณ แต่ต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า เป็นเรื่องสำคัญในการประสบความสำเร็จ 724 00:40:41,313 --> 00:40:45,151 มันดูเป็นแบบนั้นสำหรับผม และในกรณีนี้ มันก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศ 725 00:40:45,234 --> 00:40:48,154 ขณะที่ประธานาธิบดีบุชอาจคิดว่ามันไม่ซื่อสัตย์ ก็ต้องขอบคุณทวิตเตอร์ 726 00:40:48,237 --> 00:40:50,990 ที่ยืนหยัดสู้เพื่อความเป็นส่วนตัวของนักเคลื่อนไหว อย่างจูเลียน อัสซานจ์ 727 00:40:51,073 --> 00:40:52,491 ทำให้ตอนนี้เราให้คุณดูเรื่องนี้ได้... 728 00:40:52,575 --> 00:40:58,289 วันนี้ เราปล่อยไฟล์กว่า 287 ไฟล์ 729 00:40:58,914 --> 00:41:04,086 ซึ่งบันทึกความเป็นจริงของอุตสาหกรรม การสอดแนมมวลชนระดับนานาชาติ 730 00:41:05,337 --> 00:41:06,172 อุตสาหกรรม... 731 00:41:06,839 --> 00:41:11,677 ที่ตอนนี้ขายอุปกรณ์ ให้เผด็จการและประชาธิปไตยเหมือนๆ กัน 732 00:41:11,760 --> 00:41:13,929 เพื่อที่จะดักเก็บข้อมูล... 733 00:41:14,763 --> 00:41:16,307 ประชากรทั้งหมด 734 00:41:17,349 --> 00:41:19,477 เหตุการณ์ 9/11 ได้เป็นใบเบิกทาง... 735 00:41:20,811 --> 00:41:23,439 ให้ประเทศในยุโรป ให้... 736 00:41:24,690 --> 00:41:30,196 สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา แอฟริกาใต้ และประเทศอื่นๆ 737 00:41:30,279 --> 00:41:33,199 ได้พัฒนาระบบสอดแนมที่ส่งผลต่อเราทุกคน 738 00:41:34,116 --> 00:41:36,410 (ห้า ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย เอ. คำร้องขอจากภาครัฐ) 739 00:41:36,494 --> 00:41:40,581 (บี. ไม่มีการรับประกัน ว่าข้อมูลจะไม่ถูกเปิดเผยหรือเข้าถึง) 740 00:41:40,664 --> 00:41:44,418 ไฟล์สอดแนมเหล่านั้นแสดงให้เห็นอุตสาหกรรม ขนาดยักษ์ที่ทำการขายให้รัฐบาลสหรัฐฯ 741 00:41:44,502 --> 00:41:46,170 และรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก 742 00:41:47,046 --> 00:41:49,465 แทนที่จะมีกฎหมายการตระหนักรู้ข้อมูลเบ็ดเสร็จ 743 00:41:49,548 --> 00:41:52,968 โดยมีสัญลักษณ์อันใหญ่ รูปดวงตาของพีระมิดที่มองดูทุกคน 744 00:41:53,052 --> 00:41:55,429 และตรวจตราโลก ด้วยแสงเลเซอร์อันมุ่งร้ายของมัน 745 00:41:55,513 --> 00:41:58,140 พวกเขาก็มีบริษัทกลุ่มหนึ่งที่ตั้งอยู่แทน 746 00:41:58,224 --> 00:42:00,643 ที่มอบส่วนเสี้ยวของความสามารถเหล่านั้นให้ 747 00:42:00,726 --> 00:42:05,231 มันถูกส่งมอบภายใต้สัญญาต่างๆ กัน ซึ่งขึ้นไปถึงหน่วยงานและคนกลุ่มเดียวกัน 748 00:42:05,314 --> 00:42:08,567 หนึ่งในบริการที่นิยมที่สุด เรียกว่าแมสซีฟอินเทอร์เซ็ป 749 00:42:08,651 --> 00:42:12,446 และหลักๆ แล้วสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำอยู่กับสิ่งนี้ 750 00:42:12,530 --> 00:42:16,951 ก็คือเก็บข้อมูลมากเท่าที่มากได้ จากการสื่อสารของเรา 751 00:42:17,034 --> 00:42:21,539 เพื่อให้พวกเขาวิเคราะห์มันได้ และจับแบบแผนในนั้นได้ 752 00:42:21,622 --> 00:42:23,374 และมันก็น่าสนใจที่ในบทความของคุณ 753 00:42:23,457 --> 00:42:26,126 คุณตั้งใจพูดถึงธรรมชาติที่เป็นความลับ ของธุรกิจนี้ 754 00:42:26,210 --> 00:42:29,838 บอกว่าพวกเขาทำการขายผ่านงานแสดงสินค้า ที่ไม่เปิดให้สื่อเข้าถึง 755 00:42:29,922 --> 00:42:32,258 แต่ที่จริงเราได้ไปงานประชุมเหล่านี้มางานหนึ่ง 756 00:42:32,341 --> 00:42:35,970 มันง่ายพอดู เราแค่โทรไปและขอบัตรผ่าน 757 00:42:36,637 --> 00:42:39,056 เราจึงได้คุยกับตัวแทนของหนึ่งในบริษัทเหล่านี้ 758 00:42:39,139 --> 00:42:42,685 บริษัทที่ชื่อว่าเซลเลไบรท์ พวกเขาอยู่ในไฟล์สอดแนมนั่นด้วย 759 00:42:42,768 --> 00:42:44,853 พวกเขาขายอุปกรณ์ดึงข้อมูลจากมือถือ 760 00:42:44,937 --> 00:42:46,939 ให้หน่วยงานภาครัฐสำคัญๆ ทุกหน่วยงานในสหรัฐฯ 761 00:42:48,232 --> 00:42:49,525 ผมชื่อคริสโตเฟอร์ ชิน 762 00:42:49,608 --> 00:42:52,570 ผมเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรม ของเซลเลไบรท์ สหรัฐอเมริกา 763 00:42:52,653 --> 00:42:56,991 วันนี้ผมจะแสดงระบบยูเฟดของเซลเลไบรท์ ทางขวามือของผมนี่ให้คุณดู 764 00:42:57,074 --> 00:42:59,493 มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ดึง... 765 00:43:01,245 --> 00:43:03,581 ข้อมูลนับไม่ถ้วนจากอุปกรณ์มือถือ 766 00:43:03,664 --> 00:43:07,293 อย่างข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง บันทึกการโทร อะไรแบบนั้น 767 00:43:07,376 --> 00:43:11,088 หน่วยงานทั่วสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกใช้มัน 768 00:43:11,171 --> 00:43:14,341 ใช่ ไอโฟนนี่เก็บข้อมูลไว้โดยเจาะจง เป็นจำนวนมาก 769 00:43:14,425 --> 00:43:16,510 หรือมากกว่าโทรศัพท์ทั่วไปของคุณ 770 00:43:16,594 --> 00:43:20,347 มันเป็นคลังดิจิทัลของชีวิตส่วนตัวคุณ ชีวิตการงานคุณ 771 00:43:20,431 --> 00:43:23,392 และนี่คือเหตุผลที่วงการนี้... 772 00:43:23,475 --> 00:43:26,604 มันเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปีหลัง 773 00:43:26,687 --> 00:43:29,690 เมื่ออุปกรณ์ซับซ้อนขึ้น มันก็เก็บข้อมูลไว้ได้มากขึ้น 774 00:43:29,773 --> 00:43:33,902 นี่เป็นอุปกรณ์ส่วนตัวที่สุดชิ้นหนึ่งของคุณในทุกวันนี้ มากกว่าแลปท็อปของคุณเสียอีก 775 00:43:33,986 --> 00:43:36,780 โดยทั่วไปแล้วเราคิดถึงตัวเอง ในฐานะผู้ผลิตเครื่องมือ 776 00:43:36,864 --> 00:43:41,285 ก็เหมือนที่กล็อกหรือเบเร็ตต้าผลิตปืน 777 00:43:41,368 --> 00:43:44,955 เราผลิตเครื่องมือที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่างหนึ่ง 778 00:43:45,039 --> 00:43:47,207 แล้วเราก็วางตลาดเครื่องมือนั้น โดยมุ่งเฉพาะ... 779 00:43:47,291 --> 00:43:50,711 ก็เหมือนที่เราออกไปซื้อปืนพก โดยไม่มีเอกสารรับรองไม่ได้ 780 00:43:50,794 --> 00:43:53,172 เราไม่ได้ขายมันให้ใครก็ได้ 781 00:43:53,255 --> 00:43:56,342 แต่คุณพอจะนึกภาพตัวเองขายมันออกไหม หรือมีกฎหมายห้าม 782 00:43:56,425 --> 00:43:58,636 ไม่มีกฎหมายห้ามขายเจ้านี่ 783 00:43:58,719 --> 00:44:01,930 ให้คนที่ไม่อยู่ในหน่วยงานรักษากฎหมาย หรือรัฐบาล อะไรทำนองนั้น 784 00:44:02,014 --> 00:44:03,599 ถ้ามีใครถ่ายข้อมูลโทรศัพท์ผมไป 785 00:44:03,682 --> 00:44:06,101 เขาอาจหัวเราะท้องแข็งกับเนื้อหาที่อยู่ในนั้น 786 00:44:06,185 --> 00:44:07,853 แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะโดนจับเข้าคุก 787 00:44:07,936 --> 00:44:11,899 ผมถึงคิดว่ามันขึ้นกับเราจะมองมันยังไงจริงๆ 788 00:44:11,982 --> 00:44:15,277 คือว่ามีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่ แต่ผมออกจะอยู่ฝั่งที่... 789 00:44:15,361 --> 00:44:19,823 ผมเดาว่าคงเป็นฝั่งเสรี ในเรื่องที่ความเป็นส่วนตัวของผมจะถูกเปิดเผย 790 00:44:19,907 --> 00:44:23,661 ส่วนคนอื่นๆ นั่นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นมุมมองส่วนตัวอย่างแท้จริง 791 00:44:24,536 --> 00:44:26,372 โทรศัพท์ผมเองน่ะ คือว่า... 792 00:44:27,373 --> 00:44:28,749 ที่จริงแล้วผมขอถอนคำพูด 793 00:44:28,832 --> 00:44:31,710 ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับงานอยู่มาก ในแบล็กเบอร์รีของผม 794 00:44:31,794 --> 00:44:36,507 ดังนั้นถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไป ผมอาจกังวลพอดู 795 00:44:37,841 --> 00:44:40,844 ผู้ขายอุปกรณ์สอดแนม เจาะกลุ่มลูกค้าอยู่สองประเภท 796 00:44:40,928 --> 00:44:44,098 พวกเขามุ่งเป้าที่รัฐบาลโดยตรง แล้วพวกเขาก็ยังมุ่งเป้าไปที่... 797 00:44:45,015 --> 00:44:48,310 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการโทรคมนาคม 798 00:44:48,394 --> 00:44:52,690 ผู้ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบ การสอดแนมลูกค้าของตัวเอง 799 00:44:52,773 --> 00:44:55,484 ตัวอย่างเช่นมีซอฟต์แวร์ชิ้นเล็กๆ อยู่ชิ้นหนึ่ง 800 00:44:55,567 --> 00:44:57,903 ที่ถูกติดตั้งลงในโทรศัพท์ทุกเครื่องในอเมริกา 801 00:44:57,986 --> 00:45:00,656 ซอฟต์แวร์นี้ชื่อแคร์ริเออร์ไอคิว 802 00:45:01,573 --> 00:45:02,700 และต้องขอบคุณวิดีโอ 803 00:45:02,783 --> 00:45:05,577 ที่ผู้ดูแลระบบจากรัฐคอนเนตทิคัตโพสต์ลงยูทูบ 804 00:45:05,661 --> 00:45:10,165 ตอนนี้โลกจึงรู้ว่าซอฟต์แวร์นี้จับตาดู ทุกการกดปุ่มของเรา 805 00:45:11,542 --> 00:45:14,753 ห้าห้าสาม และไล่ต่อไปเรื่อยๆ 806 00:45:15,921 --> 00:45:18,090 ตามคำกล่าวของหัวหน้าฝ่ายการตลาด ของแคร์ริเออร์ไอคิว 807 00:45:18,173 --> 00:45:22,094 พวกเขาตระหนักดีว่าข้อมูลนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว และเรียกมันว่าขุมสมบัติ 808 00:45:22,177 --> 00:45:23,846 มันกลายเป็นเรื่องใหญ่มากพอ 809 00:45:23,929 --> 00:45:26,640 ให้อัล แฟรงเคนตัดสินใจ นำประเด็นนี้เข้าสู่สภาคองเกรส 810 00:45:27,141 --> 00:45:31,228 ท่านประธานครับ ชาวอเมริกันนับล้านๆ คนมีสมาร์ทโฟน 811 00:45:31,311 --> 00:45:35,816 ซึ่งมีซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาล่วงหน้า ออกแบบโดยบริษัทชื่อแคร์ริเออร์ไอคิว 812 00:45:37,109 --> 00:45:42,072 ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า มันดักจับข้อมูลที่อ่อนไหวในขอบเขตกว้างขวาง 813 00:45:42,156 --> 00:45:45,701 ขอผมเริ่มด้วยการบอกว่าเราไม่ได้เสาะหา หรือได้ข้อมูลใดๆ มา 814 00:45:45,784 --> 00:45:47,453 จากแคร์ริเออร์ไอคิว ในการสืบสวนใดๆ ของเรา 815 00:45:47,536 --> 00:45:48,704 (โรเบิร์ต มุลเลอร์ ผอ.เอฟบีไอ) 816 00:45:49,288 --> 00:45:52,958 ไม่ได้มาโดยตรงจากแคร์ริเออร์ แต่จากผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายล่ะ 817 00:45:54,501 --> 00:45:55,878 ไม่ครับ ผมเชื่อว่าไม่ 818 00:45:55,961 --> 00:46:00,924 ถ้าคุณกำลังระบุถึงการใช้งานซอฟต์แวร์ แคร์ริเออร์ไอคิวใน... 819 00:46:03,135 --> 00:46:07,723 โดยอีกฝ่าย... โดยผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย เราเสาะหาข้อมูลนั่นหรือ 820 00:46:07,806 --> 00:46:11,059 ผมไม่รู้ว่าในข้อมูลที่เราหามา จากผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย 821 00:46:11,143 --> 00:46:13,687 หรืออะไรแบบนั้น แล้วผมก็ไม่ได้กำลังพูดถึง... 822 00:46:14,730 --> 00:46:17,274 แคร์ริเออร์ไอคิว ผมกำลังพูดถึง ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย 823 00:46:17,357 --> 00:46:19,610 ที่อาจได้ข้อมูลมา 824 00:46:19,693 --> 00:46:23,197 ด้วยวิธีบางอย่าง ที่แคร์ริเออร์ไอคิวอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง 825 00:46:24,198 --> 00:46:28,035 เอฟบีไอจะต้องการให้แคร์ริเออร์ไอคิว ส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ให้พวกเขาไปทำไม 826 00:46:28,118 --> 00:46:30,704 ในเมื่ออย่างไรเสีย พวกเขาก็สามารถใช้ บริการใดบริการหนึ่ง 827 00:46:30,788 --> 00:46:32,831 ที่อยู่ในไฟล์สอดแนมนั่นได้ 828 00:46:32,915 --> 00:46:35,292 ยกตัวอย่างเช่นสินค้านี้ สแกนแอนด์ทาร์เก็ต 829 00:46:35,375 --> 00:46:39,171 ซึ่งอ้างว่ามันสามารถค้นหาจากเอสเอ็มเอส ไอเอ็ม ทวิตเตอร์ อีเมล 830 00:46:39,254 --> 00:46:44,176 เฟซบุ๊ก บล็อก และกระดานสนทนา แล้ววิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมากแบบเรียลไทม์ 831 00:46:44,718 --> 00:46:48,347 หรือฟินฟิชเชอร์ ซึ่งสาธิตให้เห็นว่าตำรวจ สามารถแทรกแซงระบบของใครก็ได้ได้อย่างไร 832 00:46:48,430 --> 00:46:52,100 ผ่านคลิปวิดีโอหลายคลิปซึ่งเคยมีให้ชม บนเว็บไซต์ของพวกเขา 833 00:46:52,184 --> 00:46:55,479 พวกเขาแสดงภาพเจ้าหน้าที่แฮ็กเข้ากูเกิล และเฟซบุ๊กด้วยซ้ำในตัวอย่างสาธิต 834 00:46:56,772 --> 00:46:58,524 ใครมีอุปกรณ์ชนิดนี้บ้าง 835 00:46:59,733 --> 00:47:04,655 อุปกรณ์ดักข้อมูลมวลชนถูกขาย โดยผู้ค้าอุปกรณ์สอดแนมทั่วโลก 836 00:47:04,738 --> 00:47:08,617 ที่จริงแล้วมันจึงอยู่ในมือใครก็ได้ ที่ต้องการมันและจ่ายไหว 837 00:47:08,700 --> 00:47:13,121 ระบบฟินฟิชเชอร์ถูกขายให้อียิปต์ เพื่อจับตาดูผู้ที่ต่อต้านผู้นำของพวกเขา 838 00:47:13,205 --> 00:47:17,543 มีเอกสารจริงๆ อยู่ มันรวมถึง การฝึกอบรมคนสองถึงสี่คนด้วย 839 00:47:17,626 --> 00:47:19,878 ด้วยราคาต่ำมากๆ ที่ประมาณ 11,000 840 00:47:20,921 --> 00:47:23,423 หรือโครงการของทีมแฮ็กระบบ ที่โฆษณาว่ามันสามารถแกะรอย 841 00:47:23,507 --> 00:47:26,718 โทรศัพท์มือถือนับแสนๆ เครื่องได้ในระบบเดียว 842 00:47:26,802 --> 00:47:31,265 หรือซอฟต์แวร์แบบคาพาว ซึ่งวิเคราะห์ เครือข่ายสังคมทุกเครือข่าย โดยมีฟีเจอร์เช่น 843 00:47:31,348 --> 00:47:33,725 ความสามารถในการค้นหาคำสำคัญและวลีต่างๆ 844 00:47:34,726 --> 00:47:36,311 ทุกอย่างเกิดขึ้นบนเฟซบุ๊ก 845 00:47:36,395 --> 00:47:38,605 แล้วมันก็แสดงความถี่ของการสนทนา 846 00:47:38,689 --> 00:47:41,066 ระหว่างคนคนหนึ่งกับอีกคน และอะไรเทือกๆ นั้น 847 00:47:41,149 --> 00:47:43,694 เรื่องนี้เปิดช่องให้ทำโปรไฟล์ได้มาก 848 00:47:43,777 --> 00:47:48,574 มันสร้างฐานข้อมูลมหึมาให้ผู้รักษากฎหมาย ได้ใช้ประโยชน์ และบ่อยครั้งก็อ่านผลแบบผิดๆ 849 00:47:48,657 --> 00:47:51,159 เมื่อมีบริษัทเป็นร้อยๆ เสนอบริการเหล่านี้ให้ 850 00:47:51,243 --> 00:47:54,121 ทำไมเอฟบีไอจึงต้องใช้แคร์ริเออร์ไอคิวด้วย 851 00:47:54,204 --> 00:47:57,833 ทุกอย่างมาจากโทรศัพท์มือถือ ทุกอย่างมาจากคอมพิวเตอร์... 852 00:47:58,500 --> 00:48:01,128 อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะนอกประเทศ 853 00:48:01,211 --> 00:48:04,965 หรือภายในประเทศ อาจถูกจับตามองได้ โดยใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ 854 00:48:05,048 --> 00:48:08,886 ถ้าคุณดูข่าวตอนนี้ เกี่ยวกับสิิ่งที่เรียกกันว่า "บิ๊กดาต้า" 855 00:48:08,969 --> 00:48:15,142 บิ๊กดาต้ากำลังหาคำตอบอย่างจริงจังให้ คำถามที่ว่ารัฐบาลและบริษัทต่างๆ 856 00:48:15,225 --> 00:48:20,063 จะทำงานกับข้อมูลนั้นอย่างไร เพื่อจะมองหาสิ่งผิดปกติ 857 00:48:20,147 --> 00:48:22,149 และคาดการณ์ว่าคุณจะทำอะไรเมื่อไร 858 00:48:22,232 --> 00:48:24,109 พวกเขาจะได้หยุดคุณไม่ให้ทำมันได้ 859 00:48:24,192 --> 00:48:26,612 และรัฐบาลก็ไม่ได้ซ่อนมันเป็นความลับเสียด้วยซ้ำ 860 00:48:26,695 --> 00:48:29,656 ถ้าเราเข้าชมเว็บไซต์ธุรกิจของพวกเขา มีใบสมัครอยู่ที่นั่น 861 00:48:29,740 --> 00:48:31,742 มองหานักพัฒนามาสร้างเครื่องมือที่ดีขึ้น 862 00:48:31,825 --> 00:48:33,702 ในการสอดแนมกิจกรรมออนไลน์ในวงกว้าง 863 00:48:33,785 --> 00:48:37,289 ตัวอย่างของการสอดแนมรวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่แค่ 864 00:48:37,372 --> 00:48:42,252 ฟ็อกซ์นิวส์ ซีเอ็นเอ็น เอ็มเอสเอ็นบีซี ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ 865 00:48:42,336 --> 00:48:45,505 ซึ่งนำเรากลับมาสู่คำนั้นที่เราพบ ในข้อตกลงผู้ใช้งานจำนวนมาก 866 00:48:45,589 --> 00:48:49,635 มันเป็นคำที่ส่งเรามาตามเส้นทาง ทั้งหมดนี้ตั้งแต่ต้น คำว่าป้องกัน 867 00:48:49,718 --> 00:48:52,346 นี่อาจทำให้คุณนึกสงสัยว่า ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นอะไรบ้าง 868 00:48:52,429 --> 00:48:55,682 ที่การสอดแนมทั้งหมด ที่เราตกลงยอมรับไปนี้จะป้องกันได้จริง 869 00:48:59,061 --> 00:49:03,231 (หก เราอาจใช้ข้อมูลของคุณเพื่อป้องกัน) 870 00:49:07,110 --> 00:49:11,949 พูดโดยสรุปแล้ว เมื่อวันที่ 3 มกราคม 20 วันก่อนผมจะไปพักผ่อน ผมได้ทวีตว่า 871 00:49:12,032 --> 00:49:15,160 "นายว่างมาซุบซิบ/เตรียมตัวกันสัปดาห์นี้ ก่อนฉันจะไปถล่มอเมริกามั้ย" 872 00:49:15,243 --> 00:49:18,372 จบทวีตด้วยจูบ ซึ่งดูคุกคามเท่าที่เป็นน่ะนะ 873 00:49:18,455 --> 00:49:19,665 (ลีห์ ไบรอัน - สหราชอาณาจักร) 874 00:49:19,748 --> 00:49:22,834 ยี่สิบวันต่อมา ผมขึ้นเครื่องไปสนามบินแอลเอ 875 00:49:22,918 --> 00:49:24,670 เราจองโรงแรมไว้ตรงฮอลลีวูดบูเลอวาร์ด 876 00:49:24,753 --> 00:49:28,590 เราจะไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยกันสัปดาห์หนึ่ง แค่ไปดูอะไรๆ เป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา 877 00:49:28,674 --> 00:49:32,135 ลงจากเครื่องบิน ผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง รูดหนังสือเดินทางผ่านเครื่อง 878 00:49:32,219 --> 00:49:34,179 แล้วพวกเขาก็แบบ "คุณมาทางนี้ได้มั้ย" 879 00:49:34,262 --> 00:49:37,182 เพราะผมถือหนังสือเดินทางไอริช ผมเลยคิดว่าอาจเพราะเป็นคนไอริช 880 00:49:37,265 --> 00:49:39,267 เหมือนเป็นมือระเบิดไออาร์เอตามภาพจำน่ะ 881 00:49:39,351 --> 00:49:42,354 พวกเขาค้นกระเป๋าเดินทางผม แล้วผมก็แบบ "คุณทำอะไรอยู่น่ะ" 882 00:49:42,437 --> 00:49:44,314 ตอนพวกเขาดึงผมเข้าห้องกักตัว 883 00:49:44,398 --> 00:49:47,609 ผมถูกสอบถามอยู่ห้าชั่วโมง ว่าผมมีบัญชีทวิตเตอร์หรือเปล่า 884 00:49:47,693 --> 00:49:51,238 ผมก็แบบ "ล้อกันเล่นหรือเปล่า คุณกักตัวผมไว้เพราะทวีตอันเดียวเนี่ยนะ" 885 00:49:51,321 --> 00:49:54,032 พวกเขาแบบ "คุณหมายความว่าไง ที่ว่า 'ถล่มอเมริกา'" 886 00:49:54,116 --> 00:49:58,245 ผมก็แบบ "ไปปาร์ตี้ไง มันหมายถึงสนุกสุดเหวี่ยง เมาแอ๋" 887 00:49:58,328 --> 00:50:02,249 พวกงั่งที่ไหนที่อ่านทวีตนั่นได้ก็คงเห็นได้ ว่ามันหมายความว่าไง 888 00:50:02,332 --> 00:50:03,583 มันลงท้ายด้วยจูบนะ 889 00:50:03,667 --> 00:50:07,754 ผมแน่ใจว่าฮิตเลอร์ไม่ได้จบบันทึกของเขา ด้วยจูบหรืออะไรก็ตามที่เขาทำแน่ 890 00:50:09,006 --> 00:50:10,882 จากนั้นพวกเขาเลยย้ายเราไปห้องกักตัวห้องหนึ่ง 891 00:50:10,966 --> 00:50:12,926 แต่แล้วตอนเที่ยงคืน คนทำงานก็เปลี่ยนกะ 892 00:50:13,010 --> 00:50:16,471 แล้วพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเราไปอยู่ที่นั่นเรื่องอะไร ก็เลยใส่กุญแจมือเรา 893 00:50:16,555 --> 00:50:17,848 ยัดเราเข้ารถตู้ตำรวจ 894 00:50:17,931 --> 00:50:21,393 แล้วก็พาเราไปเข้าคุก ศูนย์กักกันใจกลางเมือง 895 00:50:23,145 --> 00:50:26,148 ผู้บริสุทธิ์ไม่ควรถูกปฏิบัติด้วยเหมือนเศษสวะ 896 00:50:26,231 --> 00:50:29,234 แล้วพวกเขาก็ลากเราไปทั่ว ผลักเราเข้าผนัง 897 00:50:29,776 --> 00:50:31,278 ฟังดูเหมือนวันพักผ่อนที่เลวร้ายสุดๆ 898 00:50:32,029 --> 00:50:34,489 - รัฐบาลชดใช้ให้คุณไหม - ไม่เลยครับ 899 00:50:35,449 --> 00:50:37,951 พวกเขาไม่ยอมพูดอะไรเรื่องสิ่งที่เกิด 900 00:50:38,035 --> 00:50:40,120 ถ้าผมเขียนว่าผมจะสนุกสุดเหวี่ยง 901 00:50:40,203 --> 00:50:42,581 พวกเขาคงจับผมข้อหาเหวี่ยงข้าวของใช่มั้ย 902 00:50:42,998 --> 00:50:44,166 เวลาผมไปประเทศอื่นๆ 903 00:50:44,249 --> 00:50:47,127 เรื่องนี้จะโผล่ขึ้นมาว่าผมถูกปฏิเสธจากอเมริกา 904 00:50:47,210 --> 00:50:49,796 ดังนั้นผมก็มีแนวโน้มจะโดนลากตัวออกไป ที่สนามบินทุกแห่ง 905 00:50:49,880 --> 00:50:52,090 แล้วซักถามเรื่องที่เกิดขึ้น 906 00:50:52,174 --> 00:50:54,301 แล้วผมก็ต้องอธิบายว่าเป็นเพราะทวีตอันเดียว 907 00:50:54,968 --> 00:51:00,599 ผมเป็นอิตาเลียน ไอริช ฝรั่งเศส โปรตุเกส อเมริกันพื้นเมือง คนผิวดำ 908 00:51:00,682 --> 00:51:02,309 ผมเป็นชาวอวตารอยู่หนึ่งส่วนสิบแปดด้วย 909 00:51:04,102 --> 00:51:08,356 นี่คือโจ ลิพารี โจ ลิพารีเจอกับวันอันหนักหนาที่ร้านแอปเปิล 910 00:51:08,440 --> 00:51:12,110 เขาถูกบังคับให้เข้าคิวรอเป็นเวลาสี่ชั่วโมง ก่อนจะผละมาในที่สุด 911 00:51:13,236 --> 00:51:16,782 ผมกลับบ้านมาจากร้านแอปเปิล โดยยังหงุดหงิดนิดหน่อย 912 00:51:16,865 --> 00:51:18,325 (โจ ลิพารี นักแสดงตลก) 913 00:51:18,408 --> 00:51:22,996 ดูดยานิดหน่อย เปิดเรื่องไฟท์คลับดูเพื่อผ่อนคลาย เข้าเฟซบุ๊ก 914 00:51:23,538 --> 00:51:30,003 และไอ้โรคจิตสวมเสื้อเชิ้ตผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดคนนี้ ก็อาจสติหลุดแล้วเดินอาดๆ จาก... 915 00:51:30,087 --> 00:51:34,341 สำนักงานหนึ่งไปอีกสำนักงาน พร้อมปืนอัดแก๊ส กึ่งอัตโนมัติอาร์มาไลท์เออาร์-10 916 00:51:34,424 --> 00:51:36,843 แล้วผมก็พูดอย่างเดียวกัน เว้นแต่บอกว่าร้านแอปเปิล 917 00:51:36,927 --> 00:51:38,011 ยิงนัดแล้วนัดเล่า... 918 00:51:38,095 --> 00:51:41,348 แล้วก็รู้ใช่มั้ย หลักๆ แล้วก็คำต่อคำเลย เว้นแต่... 919 00:51:42,724 --> 00:51:43,558 ที่ไหน 920 00:51:43,642 --> 00:51:46,394 เล่นเฟซบุ๊ก เตรียมตัวจะไปเรียนโยคะ 921 00:51:46,478 --> 00:51:49,564 แล้วก็มีเสียงเคาะแบบดนตรีปิดฉากตลกที่ประตูผม 922 00:51:50,273 --> 00:51:53,318 ผมก็แบบ เฮ้ย อาจมีใครมาที่นี่ เพื่อดูไฟท์คลับกับผมก็ได้ 923 00:51:54,528 --> 00:51:59,324 เปิดมัน แล้วก็ตู้ม ตำรวจนิวยอร์ก หน่วยสวาท พวกเขาใส่เสื้อเกราะกันกระสุนด้วย 924 00:51:59,407 --> 00:52:01,326 ชักปืนอยู่ แล้วพวกเขาก็... 925 00:52:02,119 --> 00:52:04,871 รื้อที่นี่กระจุย พวกเขาค้นทุกอย่างเลยจริงๆ 926 00:52:04,955 --> 00:52:09,584 ตอนที่ตำรวจนายหนึ่งเจอกล่อง ใส่รางวัลทางการทหารทั้งหมดของผม 927 00:52:09,668 --> 00:52:11,711 เขาก็แบบ "คุณเคยเป็นทหารเหรอ" 928 00:52:11,795 --> 00:52:15,632 แล้วเราก็เริ่มคุยกัน แบบว่าคุยแบบทหาร เขาเห็นว่าผมพูดภาษานั้นได้ 929 00:52:15,715 --> 00:52:19,636 ตอนนั้นแหละที่เขาถามผมว่า "คุณรู้จักอาร์มาไลท์เออาร์-10 มั้ย" 930 00:52:19,719 --> 00:52:21,930 แล้วผมก็แบบ "คุณมาที่นี่เพราะเรื่องนั้นเหรอ พวก 931 00:52:22,013 --> 00:52:26,476 คุณมาที่นี่เพราะผมเล่นมุกห่วยๆ บนเฟซบุ๊กเนี่ยนะ" คือผม เข้าใจมั้ย... 932 00:52:27,435 --> 00:52:30,897 มันทำผมอึ้งไปเลย มันเป็นเรื่องชวนเซ็งขั้นสุด จริงๆ นะ 933 00:52:30,981 --> 00:52:34,442 หน้าเฟซบุ๊กของเราพาหน่วยสวาทมาที่บ้านเรา 934 00:52:34,526 --> 00:52:36,570 พวกเขาบอกผมไม่ให้ไปไกลจากนิวยอร์ก 935 00:52:36,653 --> 00:52:40,031 เพราะผมจะเป็นที่ต้องการตัว สำหรับคดีในศาลพวกนี้เป็นเวลาหนึ่งปี 936 00:52:40,115 --> 00:52:44,494 เขาอ้างว่าเพื่อนบนเฟซบุ๊กของผมโทรเรียก 911 937 00:52:46,746 --> 00:52:51,501 ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ผมคิดว่าตุ๋นกันทั้งเพ ผมเลยขอเทป 911... 938 00:52:52,627 --> 00:52:56,631 ที่เขาเก็บไว้ในแฟ้ม พวกเขาต้องมี แล้วมันก็เป็นสิทธิของผม มันเป็นของของผม 939 00:52:56,715 --> 00:52:58,884 พวกเขาต้องเอารูปถ่ายหน้าผู้ต้องหาของผม ให้ผมถ้าผมต้องการ 940 00:52:58,967 --> 00:53:03,513 เขาเลยกลับมาแล้วบอกว่า "อ๋อ ปรากฏว่า ไม่ได้มีคนโทรหา 911 หรอก 941 00:53:03,597 --> 00:53:05,849 มีคนเดินเข้าไปแจ้งที่สถานีตำรวจน่ะ 942 00:53:05,932 --> 00:53:08,268 แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่เราไม่เก็บบันทึกไว้" 943 00:53:08,351 --> 00:53:12,689 "คุณได้ที่อยู่ผมมายังไง" ผมอยู่ที่นันมาแค่สิบวัน รู้มั้ย 944 00:53:12,772 --> 00:53:14,983 ผมยังไม่ได้อัพเดทที่อยู่ส่งไปรษณีย์ผมเลย 945 00:53:15,066 --> 00:53:17,402 จดหมายติดต่อจากธนาคารถูกส่งไป ที่อพาร์ตเมนต์เก่าผม 946 00:53:17,485 --> 00:53:21,990 ไม่มีอะไรที่บอกว่าผมพักอยู่ที่นั่น เว้นแต่ข้อตกลงปากเปล่า 947 00:53:23,617 --> 00:53:25,785 สามนาทีหลังจากผมกินมื้อเที่ยงเสร็จ 948 00:53:25,869 --> 00:53:27,704 ก็มีคนบอกผมให้ขึ้นไปที่ส่วนสำนักงาน 949 00:53:27,787 --> 00:53:28,663 (วิโต้ ลาพินต้า นักเรียน) 950 00:53:28,747 --> 00:53:30,707 แล้วผมก็นั่งลงใน... 951 00:53:31,416 --> 00:53:34,711 ห้องรอง ผอ. แล้วก็... 952 00:53:34,794 --> 00:53:38,340 ไม่มีใครบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งสิบนาทีให้หลังละมั้ง 953 00:53:38,423 --> 00:53:41,134 โทรศัพท์ฉันดัง แล้วมันก็เป็นหมายเลขของโรงเรียนเขา 954 00:53:41,218 --> 00:53:43,678 ฉันรับมัน เป็น รปภ. ของโรงเรียน 955 00:53:43,762 --> 00:53:44,638 (ทิมี่ โรเบิร์ตสัน แม่วิโต้) 956 00:53:44,721 --> 00:53:46,473 แค่โทรมาแจ้งให้ทราบ 957 00:53:46,556 --> 00:53:49,267 แบบว่าแจ้งข้อมูลเราน่ะ แค่บอกให้เราเตรียมตัวไว้ 958 00:53:49,351 --> 00:53:51,728 หน่วยอารักขาประธานาธิบดีมาที่นี่ กับทางสำนักงานตำรวจ 959 00:53:51,811 --> 00:53:53,897 แล้วพวกเขาก็กักตัววิโต้ไว้ พวกเขากำลังคุยกับเขา 960 00:53:53,980 --> 00:53:57,400 ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา สวมสูทกับแว่น... 961 00:53:58,526 --> 00:54:01,613 แล้วเขาก็บอกว่าเขาเป็นคนหนึ่งใน... 962 00:54:03,740 --> 00:54:06,743 หน่วยอารักขาประธานาธิบดี เขาบอกผมว่า เป็นเพราะโพสต์หนึ่งที่ผมโพสต์ 963 00:54:06,826 --> 00:54:09,663 มันถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อประธานาธิบดี 964 00:54:10,455 --> 00:54:14,000 ใช่ เด็กเกรดเจ็ดคนหนึ่งถูกเอฟบีไอมาเยือน 965 00:54:14,084 --> 00:54:16,962 เพราะสัญญาณอันตราย ที่ขึ้นมาในระบบสอดแนมของพวกเขา 966 00:54:17,045 --> 00:54:19,965 ตอนนั้นผมบอกว่าอุซามะฮ์ตายยังไง 967 00:54:20,048 --> 00:54:24,010 แล้วก็บอกให้โอบามาระวัง เพราะอาจมีมือระเบิดฆ่าตัวตาย 968 00:54:24,636 --> 00:54:25,971 มันไม่ได้พิจารณาอายุเขา 969 00:54:26,054 --> 00:54:30,392 หรือดูว่าความเห็นของเขาเรื่องโอบามา ต้องระวังตัวเป็นความเห็นอย่างห่วงใย 970 00:54:30,475 --> 00:54:33,311 เครื่องจักรกลนั่นตัดสินใจง่ายๆ โดยดูจากคำชุดหนึ่ง 971 00:54:33,395 --> 00:54:35,146 ว่าวิโต้อาจเป็นภัยคุกคาม 972 00:54:37,107 --> 00:54:43,780 (หก เราอาจใช้ข้อมูลของคุณเพื่อป้องกัน เอ. การประท้วง) 973 00:54:43,863 --> 00:54:49,077 ก่อนเกิดอาชญากรรม... ความเชื่อ การทำลายความสงบเรียบร้อยที่อาจเกิดขึ้นนี่ 974 00:54:51,121 --> 00:54:54,582 ความเชื่อของพวกเขาว่าคุณอาจก่ออาชญากรรม มันเป็น... 975 00:54:55,333 --> 00:54:57,794 มีการจับกุมก่อนเกิดอาชญากรรม ในเรื่องไมนอริตี้รีพอร์ต 976 00:54:59,045 --> 00:55:02,340 คุณมาร์คส์ ด้วยคำสั่งของหน่วยป้องกันก่อนเกิด อาชญากรรมเขตปกครองพิเศษโคลอมเบีย 977 00:55:02,424 --> 00:55:05,343 ผมขอจับกุมคุณฐานก่อเหตุฆาตกรรมในอนาคต ต่อซาราห์ มาร์คส์ 978 00:55:05,427 --> 00:55:09,639 และโดนัลด์ ดูบิน ซึ่งจะเกิดขึ้นวันนี้ 22 เมษายน เวลา 08:00:04 979 00:55:09,723 --> 00:55:11,016 ไม่! ผมไม่ได้ทำอะไรเลย 980 00:55:11,099 --> 00:55:13,101 การจับกุมนี้เกิดขึ้นในวันพิธีเสกสมรส 981 00:55:13,184 --> 00:55:16,604 ตอนฉันไปเข้าร่วมงานปิกนิกแต่งงาน แบบแฟลชม็อบ โดยแต่งเป็นซอมบี้ 982 00:55:16,688 --> 00:55:21,443 แล้วฉันกับซอมบี้อีกสี่ราย ก็ถูกจับกุมแบบกันไว้ก่อน 983 00:55:21,526 --> 00:55:23,236 ฐานที่อาจทำลายความสงบเรียบร้อย 984 00:55:23,320 --> 00:55:24,988 ต่อให้คุณแต่งตัวเป็นซอมบี้ 985 00:55:25,071 --> 00:55:29,242 สำหรับผมก็ดูเหมือนอาชญากรรมยังไม่เกิดจริงๆ จนกว่าคุณจะกินสมองใคร 986 00:55:29,326 --> 00:55:31,328 ถ้าจะพูดให้เป็นธรรม เราก็มีเค้กสมองนะ 987 00:55:31,995 --> 00:55:32,829 ก็นั่นแหละ 988 00:55:32,912 --> 00:55:36,458 พวกเขารู้ได้ยังไงว่าคุณจะแต่งตัวเป็นซอมบี้วันนี้ 989 00:55:36,541 --> 00:55:40,378 - อาจมีอีเมลหรืออะไรสักอย่าง - ก็อาจมี ยากที่จะรู้ได้ค่ะ 990 00:55:40,462 --> 00:55:42,422 - ผมคิดว่านั่นมัน... - นั่นเป็นเรื่องน่ากลัว 991 00:55:42,505 --> 00:55:46,968 สิ่งบ่งชี้ที่บอกว่าพวกเขาจับตาดู เครือข่ายสังคมส่วนตัวอยู่ 992 00:55:47,052 --> 00:55:51,181 มาในลักษณะที่พวกเขาตอบสนอง แล้วก็ถามเรื่องเจาะจงบางอย่าง 993 00:55:51,264 --> 00:55:53,600 พวกเขาถามเรื่องหนอนแล้วก็อุปกรณ์ปีนป่าย 994 00:55:53,683 --> 00:55:56,686 ซึ่งต้องได้ยินมาผ่านการพูดคุยบนอินเทอร์เน็ต 995 00:55:56,770 --> 00:55:59,606 ไม่มีข้อไหนเป็นจริงนะคะ ไม่มีใครมีหนอนหรืออุปกรณ์ปีนป่าย 996 00:55:59,689 --> 00:56:04,152 แล้วก็ไม่มีอะไรที่อาจเป็นอันตราย ต่อการฉลองพิธีเสกสมรสด้วยตัวมันเอง 997 00:56:04,235 --> 00:56:06,571 เราไม่ได้อยู่ใกล้งานฉลองพิธีเสกสมรสเลย 998 00:56:06,654 --> 00:56:09,491 แล้วเราก็ไม่มีแผนจะเข้าไปใกล้งานฉลอง พิธีเสกสมรสด้วย 999 00:56:09,574 --> 00:56:14,079 อะไรก็ตามที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการฉลอง งานแต่งงานแพงระยับ แสนสุข ขี้อวด 1000 00:56:14,162 --> 00:56:18,875 ของคนแปลกหน้าสองคนนี้อย่างเป็นทางการ 1001 00:56:18,958 --> 00:56:20,835 ถูกป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น 1002 00:56:21,878 --> 00:56:23,713 แล้วเรื่องนั้นก็ดูน่าหวั่นใจอย่างยิ่ง 1003 00:56:23,797 --> 00:56:27,467 เราเห็นได้ว่ามาตรการสอดแนม ถูกนำมาใช้ปิดปากการประท้วง 1004 00:56:27,550 --> 00:56:28,760 ก่อนมันจะเกิดขึ้นเสียอีก 1005 00:56:29,761 --> 00:56:31,596 แน่ละว่านี่เป็นงานเสกสมรส 1006 00:56:31,679 --> 00:56:33,264 (คริส ไนท์ ผู้ประท้วงงานเสกสมรส) 1007 00:56:33,348 --> 00:56:35,183 เราทุกคนช่วยจ่ายค่าพิธีเสกสมรส 1008 00:56:35,266 --> 00:56:38,269 มันเป็น... คือว่ามันไม่ใช่แค่งานแต่งงานส่วนตัว 1009 00:56:38,353 --> 00:56:40,438 คุณกำลังจับกุมศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา 1010 00:56:40,522 --> 00:56:42,440 ที่ดูแลกลุ่มละครข้างถนน 1011 00:56:42,524 --> 00:56:44,526 - ระวังกุญแจด้วย - อ้อ ผมอยากได้กุญแจคืน 1012 00:56:44,609 --> 00:56:45,985 ไม่ เรายึดกุญแจ 1013 00:56:46,069 --> 00:56:48,029 เราไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น 1014 00:56:48,113 --> 00:56:50,323 เห็นชัดๆ ว่าเราเป็นคณะละครข้างถนน 1015 00:56:50,990 --> 00:56:53,743 พวกเราบางคนสวมชุดแสดงอยู่ด้วย รู้มั้ย 1016 00:56:53,827 --> 00:56:56,996 เราถูกขังไว้ที่สถานีตำรวจลูวิสแชม เป็นเวลา 25 ชั่วโมง 1017 00:56:57,747 --> 00:57:00,458 พอพิธีเสกสมรสจบลงทั้งหมด อย่างปลอดภััยแล้ว เราก็ถูกปล่อยตัว 1018 00:57:01,334 --> 00:57:03,670 เป็นครั้งแรกเท่าที่ผมรู้ในประเทศนี้ 1019 00:57:03,753 --> 00:57:08,216 ที่พวกเราจำนวนหนึ่ง พวกเราประมาณ 50 คนได้ถูกจับกุม 1020 00:57:08,299 --> 00:57:14,431 และในกรณีส่วนใหญ่ ถูกคุมขังเพราะคิดเรื่อง... การประท้วง 1021 00:57:14,514 --> 00:57:17,183 และในกรณีนี้ เพราะคิดเรื่อง การแสดงละครข้างถนน 1022 00:57:21,646 --> 00:57:24,399 ชีวิตส่วนใหญ่มีพื้นฐานบนความไว้วางใจ 1023 00:57:25,275 --> 00:57:32,198 ถ้าคุุณพูดคุยกับคนใกล้ชิดของคุณ เรื่องการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ 1024 00:57:32,282 --> 00:57:36,119 ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อบริษัทคุณ แล้วคุณอ่านเจอมันในหน้าหนังสือพิมพ์ 1025 00:57:36,202 --> 00:57:40,248 ก่อนการตัดสินใจนั่นจะถูกนำไปใช้ คุณถูกกันไม่ให้ทำอะไร 1026 00:57:40,331 --> 00:57:43,793 เพราะมีบางคนในบริษัทคุณไปพูด คุณจะไม่ชอบมันหรอก 1027 00:57:43,877 --> 00:57:44,711 แล้วมันก็เจ็บปวด 1028 00:57:45,420 --> 00:57:48,965 พวกนักเคลื่อนไหวไม่จำเป็นต้องก่ออาชญากรรม พวกเขาแค่ต้องส่งข้อความ 1029 00:57:49,048 --> 00:57:52,844 อีเมล และโทรหากันว่าอาจไปประท้วง 1030 00:57:53,803 --> 00:57:57,265 แต่ผมคิดว่าคำตอบ ไม่ใช่การพรากเอาความสามารถ 1031 00:57:57,348 --> 00:58:00,393 ในการดูการกระทำสาธารณะของพลเมือง และเก็บบันทึกเกี่ยวกับพวกเขาไป 1032 00:58:00,477 --> 00:58:04,063 ทางออกคือการจัดการให้แน่ใจ ว่าเราเลือกรัฐบาลที่ดีกว่านี้มา 1033 00:58:04,814 --> 00:58:07,525 สิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยๆ ก็คือ 1034 00:58:07,609 --> 00:58:10,862 ใครจะสนว่าพวกเขาเก็บข้อมูลทั้งหมดนี่ เกี่ยวกับตัวฉันหรือเปล่า 1035 00:58:10,945 --> 00:58:13,823 ฉันไม่มีอะไรต้องซ่อน เพราะงั้นมันจะสำคัญตรงไหน 1036 00:58:14,824 --> 00:58:21,247 เอาละ ผมรู้จักข้อโต้แย้งนี้ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นัก 1037 00:58:21,831 --> 00:58:24,751 มันเป็นแนวคิดโบราณ บอกว่าเรา... 1038 00:58:27,420 --> 00:58:30,632 ทำตามกฎเกณฑ์ งั้นอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ 1039 00:58:30,715 --> 00:58:34,511 ระหว่างการใช้ชีวิตเรียบง่ายที่ผมอยากใช้ 1040 00:58:34,594 --> 00:58:36,930 และหวังว่ารัฐบาลจะปกป้องความเป็นส่วนตัวผม 1041 00:58:37,013 --> 00:58:39,432 หรือคาดว่าจะไม่มีใครปกป้องความเป็นส่วนตัวผม 1042 00:58:39,516 --> 00:58:43,144 แล้วก็ใช้ชีวิตที่... เรียบง่ายน้อยกว่า ผมเลือกข้อหลังนะ 1043 00:58:43,228 --> 00:58:46,231 มันก็แค่ดูมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าน่ะสำหรับผม 1044 00:58:46,314 --> 00:58:49,567 ผมขอแสดงความยินดีกับคนที่บอกว่า ตัวเองไม่มีอะไรต้องซ่อน 1045 00:58:49,651 --> 00:58:51,027 ผมไม่เชื่อพวกเขา 1046 00:58:51,110 --> 00:58:54,614 แล้วผมก็ขอพูดด้วยว่าพวกเขาอาจซ่อน บางอย่างจากบางคนอยู่ เราทุกคนทำงั้น 1047 00:58:54,697 --> 00:58:56,699 เราไม่มีอะไรต้องซ่อนจนกว่าเราจะมี 1048 00:58:57,367 --> 00:59:00,995 แล้วก็ไม่แน่ว่าเราจะรู้ว่า อะไรที่เราต้องซ่อนหรือไม่ 1049 00:59:01,287 --> 00:59:04,290 (หก เราอาจใช้ข้อมูลของคุณเพื่อป้องกัน) 1050 00:59:04,374 --> 00:59:07,877 (เอ. การประท้วง บี. การสื่อสารส่วนตัว) 1051 00:59:08,461 --> 00:59:10,338 คุณอาจจำคดีมิลลี่ได้ 1052 00:59:10,421 --> 00:59:13,925 เด็กสาววัยรุ่นในอังกฤษที่หายตัวไปในปี 2002 1053 00:59:14,592 --> 00:59:17,595 ตำรวจในเซอร์รีย์บอกว่าพวกเขากังวลขึ้นเรื่อยๆ 1054 00:59:17,679 --> 00:59:19,847 เรื่องความปลอดภัยของเด็กสาววัย 13 ปี 1055 00:59:19,931 --> 00:59:22,600 ซึ่งไม่มีใครพบเห็นมาตั้งแต่บ่ายวันพฤหัส 1056 00:59:23,434 --> 00:59:24,936 ก่อนตำรวจจะพบศพเธอ 1057 00:59:25,019 --> 00:59:27,981 พ่อแม่เธอยังหวังว่าเธออาจยังมีชีวิตอยู่ 1058 00:59:28,856 --> 00:59:33,903 ฉันจะบอกว่าถ้าใครจับมิลลี่ไป และคุมตัวเธอไว้ 1059 00:59:33,987 --> 00:59:37,699 ได้โปรด โปรดคืนเธอมาให้เรา 1060 00:59:37,782 --> 00:59:42,161 ทำไมเป็นแบบนั้นน่ะหรือ คุณอาจถาม เอาละ ก็เพราะตามบันทึกการใช้โทรศัพท์ 1061 00:59:42,245 --> 00:59:45,039 มิลลี่ได้ตรวจดูและลบวอยซ์เมลของเธอ 1062 00:59:45,123 --> 00:59:49,043 เรานั่งอยู่ชั้นล่างในโถงรับแขก แล้วฉันก็โทรเข้าโทรศัพท์เธอ 1063 00:59:49,127 --> 00:59:53,840 มันผ่านไปเข้าวอยซ์เมลของเธอ ฉันเลยได้ยินเสียงเธอ 1064 00:59:53,923 --> 00:59:55,925 แล้วฉันก็... มันเหมือน 1065 00:59:56,009 --> 00:59:58,511 "เธอฟังวอยซ์เมลของเธอ บ็อบ เธอยังมีชีวิตอยู่" 1066 00:59:58,595 --> 01:00:01,306 แล้วฉันก็... เป็นตอนนั้นแหละ จริงๆ นะคะ 1067 01:00:01,389 --> 01:00:04,225 ปรากฏว่าคนในบริษัทของรูเพิร์ต เมอร์ด็อค 1068 01:00:04,309 --> 01:00:05,977 ได้แฮ็กเข้าโทรศัพท์ของมิลลี่ 1069 01:00:06,060 --> 01:00:09,314 ในความพยายามจะเป็นรายแรกที่เปิดเผย รายละเอียดของข่าวระดับชาตินี้ 1070 01:00:10,440 --> 01:00:16,112 ผมคิดว่านี่คือจุดพลิกผัน เมื่อสาธารณชนเริ่มได้เห็นในที่สุด 1071 01:00:16,195 --> 01:00:20,867 และที่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือรู้สึก ว่ามันต่ำช้าและน่าขยะแขยงขนาดไหน 1072 01:00:20,950 --> 01:00:24,162 เจ้าวิธีที่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ใช้น่ะ 1073 01:00:24,245 --> 01:00:27,415 นี่คือเด็กนักเรียนที่ถูกฆาตกรรม แล้วความคิดที่ว่า... 1074 01:00:27,498 --> 01:00:29,375 (คริส ไนท์ ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา) 1075 01:00:29,459 --> 01:00:35,298 นักการเมืองอาวุโสสูงที่รวมกลุ่มเหนียวแน่นมาก กลุ่มหนึ่งมีความเชื่อมโยง 1076 01:00:35,381 --> 01:00:38,384 ใกล้ชิดสนิทสนมอย่างยิ่งกับทางตำรวจ 1077 01:00:38,468 --> 01:00:42,388 และกับเจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ต เมอร์ด็อค 1078 01:00:44,182 --> 01:00:48,269 ขณะที่ในช่วง 30 ปี นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผลัดกันเข้ามาและค่อนข้างแน่นอนว่าไป 1079 01:00:48,353 --> 01:00:52,565 คนที่ยังคงอยู่ตลอดในโลกของพวกเขา ก็คือรูเพิร์ต เมอร์ด็อค 1080 01:00:52,649 --> 01:00:54,984 มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อ... 1081 01:00:55,068 --> 01:00:57,779 เป็นปีๆ ที่คนดังและบุคคลอย่างมิลลี่ 1082 01:00:57,862 --> 01:01:00,573 ถูกลอบเข้าถึงวอยซ์เมลที่พวกเขาคิดว่า ซ่อนอยู่และเป็นส่วนตัว 1083 01:01:00,657 --> 01:01:02,617 โดยน้ำมือบริษัทของรูเพิร์ต เมอร์ด็อค 1084 01:01:02,700 --> 01:01:05,244 โดยที่คนอย่างพ่อแม่ของมิลลี่เป็นฝ่ายเสียหาย 1085 01:01:05,328 --> 01:01:09,207 และต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่จะเปิดโปง การใช้งานข้อมูลที่เป็นส่วนตัวอย่างยิ่งนี้แบบผิดๆ 1086 01:01:12,794 --> 01:01:15,004 (หก เราอาจใช้ข้อมูลของคุณเพื่อป้องกัน เอ. การประท้วง) 1087 01:01:15,088 --> 01:01:16,964 (บี. การสื่อสารส่วนตัว ซี. การรายงานข่าว) 1088 01:01:17,048 --> 01:01:20,593 ความโปร่งใส ซึ่งยึดเหนี่ยวเราไว้ด้วยกัน และทำให้เราทุกคนมีเพื่อนจำนวนมาก 1089 01:01:20,677 --> 01:01:23,429 ที่เราไม่รู้จักมาก่อน แต่เพื่อนเหล่านี้ทุกคนที่เชื่อมโยงกัน... 1090 01:01:23,513 --> 01:01:24,806 (ผู้เป่านกหวีดกรณีเอกสารเพนตากอน) 1091 01:01:24,889 --> 01:01:26,599 ...ทำให้ภาครัฐ... 1092 01:01:28,017 --> 01:01:33,731 มีความสามารถอันหาที่เปรียบไม่ได้โดยสิ้นเชิง ในประวัติมนุษยชาติ ที่จะรู้ 1093 01:01:33,815 --> 01:01:37,568 ว่าเกิดอะไรขึ้นในกลุ่มพลเมือง ที่จะหาคำตอบว่าผู้คัดค้านเป็นใคร 1094 01:01:37,652 --> 01:01:40,947 รัฐบาลกำลังทำให้การเป่านกหวีดเตือน เป็นอาชญากรรม 1095 01:01:41,030 --> 01:01:42,615 (โทมัส เดรก ผู้เป่านกหวีดกรณีเอ็นเอสเอ) 1096 01:01:42,699 --> 01:01:45,284 พวกเขากำลังทำให้การไม่เห็นด้วย เป็นอาชญากรรม... 1097 01:01:46,119 --> 01:01:48,329 โดยเฉพาะเมื่อมันทำให้รัฐบาลขายหน้า 1098 01:01:48,413 --> 01:01:50,248 และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ 1099 01:01:51,082 --> 01:01:55,712 แหล่งข้อมูลกำลังจะถูกค้นพบ และถ้าผู้เป่านกหวีดไม่สามารถ 1100 01:01:55,795 --> 01:01:59,549 ให้ข้อมูลนักข่าวได้อย่างปลอดภัยแบบนิรนาม เราในฐานะสังคม 1101 01:01:59,632 --> 01:02:03,261 ก็จะไม่รู้ว่าเมื่อไรที่สิทธิของเรา กำลังถูกละเมิดอย่างเงียบๆ 1102 01:02:03,344 --> 01:02:06,013 รัฐบาลโอบามาได้ยื่นฟ้องคดีอาญา 1103 01:02:06,097 --> 01:02:08,224 ต่อผู้เป่านกหวีดเปิดโปงรัฐบาล 1104 01:02:08,307 --> 01:02:12,603 มากกว่าประธานาธิบดีคนอื่นๆ ทุกคนรวมกัน 1105 01:02:12,687 --> 01:02:15,857 โดยมีความช่วยเหลือในการสอดแนมผู้สื่อข่าว 1106 01:02:15,940 --> 01:02:18,735 ท่านประธานาธิบดีปกป้องคณะรัฐบาลของเขา... 1107 01:02:18,818 --> 01:02:20,153 ด้วยหนทางเดียวที่เขารู้วิธี 1108 01:02:20,820 --> 01:02:26,159 ถ้าเราถอนรากถอนโคนคนที่ปล่อยเรื่องรั่วไม่ได้ พวกเขาจะต้องรับผลที่ทำเอาไว้ 1109 01:02:32,039 --> 01:02:37,044 (เจ็ด เราอาจต้องเก็บรักษาข้อมูลคุณไว้) 1110 01:02:37,128 --> 01:02:41,716 ถ้าคุณมองจากมุมมองทางเทคนิค เทคโนโลยีการรักษาความเป็นส่วนตัว 1111 01:02:41,799 --> 01:02:44,927 ที่จริงแล้วกำลังนำหน้า เทคโนโลยีที่จะทำลายมันอยู่ 1112 01:02:45,011 --> 01:02:48,473 ตัวอย่างเช่นการเข้ารหัส ซึ่งอาจรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณได้ 1113 01:02:48,556 --> 01:02:50,099 ก็กำลังนำหน้าการถอดรหัส 1114 01:02:50,183 --> 01:02:54,061 แต่ถ้าเรามีวิธีเก็บข้อมูลไว้ จนกว่ามันจะถูกถอดรหัสได้ล่ะ 1115 01:02:54,145 --> 01:02:57,398 ในไม่ช้าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ จะได้รับอนุญาตให้เก็บข้อมูล 1116 01:02:57,482 --> 01:03:00,067 ของพลเมืองสหรัฐฯ ไว้นานกว่าที่เคยมาก 1117 01:03:00,151 --> 01:03:03,821 ถึงแม้พลเมืองเหล่านั้นจะไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ เท่าที่รู้กับการก่อการร้าย 1118 01:03:03,905 --> 01:03:07,784 ภายใต้กฎใหม่ รัฐบาลสามารถเก็บข้อมูล ที่รวบรวมมาไว้ได้ห้าปี 1119 01:03:07,867 --> 01:03:10,203 นั่นสูงขึ้นจากขอบเขตปัจจุบันคือหกเดือน 1120 01:03:10,286 --> 01:03:11,871 นายพลอเล็กซานเดอร์... 1121 01:03:11,954 --> 01:03:13,247 (ผู้อำนวยการเอ็นเอสเอถูกตั้งคำถาม) 1122 01:03:13,331 --> 01:03:17,251 ถ้าดิ๊ก เชนีย์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี 1123 01:03:17,335 --> 01:03:21,130 และอยากควบคุมตัวและเอาน้ำรดหน้าทรมาน 1124 01:03:21,214 --> 01:03:26,302 ชาวอเมริกันทุกคนที่ส่งอีเมล์ล้อ เรื่องอุบัติเหตุการล่าสัตว์ที่ทุกคนรู้กันทั่วของเขา 1125 01:03:27,512 --> 01:03:33,351 สิ่งที่ผมอยากรู้ก็คือว่า เอ็นเอสเอมีความสามารถทางเทคโนโลยี... 1126 01:03:34,435 --> 01:03:36,854 ที่จะระบุตัวคนโจมตีเชสนีย์พวกนั้น... 1127 01:03:37,814 --> 01:03:40,483 โดยอาศัยเนื้อหาจากอีเมลของพวกเขาไหม 1128 01:03:42,235 --> 01:03:48,199 ในสหรัฐอเมริกา เราจะต้องผ่านกระบวนการ ของเอฟบีไอ ขอหมาย 1129 01:03:48,282 --> 01:03:51,285 เพื่อจะเอามันมาและยื่นมันให้ใครสักคน เพื่อให้ได้มันมาจริง... 1130 01:03:51,369 --> 01:03:55,289 - เรามีความสามารถที่จะทำแบบนั้นไหม - ไม่ใช่ในสหรัฐอเมริกา 1131 01:03:55,373 --> 01:03:59,335 มีคำถามใหม่เกี่ยวกับศูนย์สอดแนมมวลชน ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ 1132 01:03:59,418 --> 01:04:02,046 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในทะเลทรายรัฐยูทาห์ 1133 01:04:02,129 --> 01:04:06,092 เมื่อสร้างเสร็จ มันจะมีขนาดห้าเท่า ของอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ 1134 01:04:06,175 --> 01:04:08,469 เอ็นเอสเอไม่ได้รับอนุญาต ให้สอดแนมชาวอเมริกัน 1135 01:04:08,553 --> 01:04:12,306 แต่ตอนนี้ผู้เป่านกหวีดรายหนึ่งได้ก้าวออกมา บอกว่าทางหน่วยงานกำลังทำมันอยู่ดี 1136 01:04:12,390 --> 01:04:13,850 หน่วยงานขนาดยักษ์นี้ 1137 01:04:13,933 --> 01:04:18,104 ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาล ทุกวันผ่านดาวเทียม 1138 01:04:18,187 --> 01:04:19,814 และการดักฟังโทรศัพท์มือถือ 1139 01:04:19,897 --> 01:04:24,110 และระบบเชื่อมโยงข้อมูลบนคอมพิวเตอร์คุณ ระบบเชื่อมอีเมลและอะไรแบบนั้น 1140 01:04:24,193 --> 01:04:29,448 จากนั้นก็ต้องเก็บมันไว้ที่ไหนสักแห่ง นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสร้างบลัฟฟ์เดล 1141 01:04:29,532 --> 01:04:33,244 มันจะใช้เงินสองพันล้านดอลลาร์ มันกำลังสร้างอยู่ในบริเวณนี้ 1142 01:04:33,327 --> 01:04:39,542 บนฐานทัพนอกเมืองซอลต์เลกซิตี้ในบลัฟฟ์เดล 1143 01:04:39,625 --> 01:04:44,046 อย่างที่ผมบอก พวกเขาถึงกับต้องขยาย ขอบเขตเมืองออกไป 1144 01:04:44,130 --> 01:04:45,882 จะได้ใส่มันลงในนั้นได้ 1145 01:04:46,632 --> 01:04:48,801 และจุดประสงค์ทั้งหมดของที่นี่ 1146 01:04:48,885 --> 01:04:53,472 มันคือศูนย์กลางของศูนย์รวมการดักฟัง ขนาดมหึมานี่ 1147 01:04:53,556 --> 01:04:56,392 เครือข่ายนี้ที่ถูกสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ 9/11 1148 01:04:58,436 --> 01:05:02,315 ความเป็นจริงของเทคโนโลยีสารสนเทศ คือมันเดินหน้าไปแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 1149 01:05:02,398 --> 01:05:04,358 มีเพียงเทคโนโลยีสารสนเทศ 1150 01:05:04,442 --> 01:05:08,529 การเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล เริ่มต้นอย่างช้ามาก ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 1151 01:05:08,613 --> 01:05:12,033 คุณคูณสองจำนวนเล็กๆ จิ๋วๆ แล้วปุบปับมันก็พุ่งขึ้นไป 1152 01:05:12,116 --> 01:05:14,535 แล้วเราก็ได้เห็นเรื่องนั้น กับกระบวนทัศน์แล้วกระบวนทัศน์เล่า 1153 01:05:14,619 --> 01:05:17,330 เช่นเครือข่ายสังคมในช่วงไม่นานมานี้ 1154 01:05:17,413 --> 01:05:23,252 ในปี 1984 ข้อมูลเกินหนึ่งกิกะไบต์มานิดเดียว มีมูลค่า 85,000 ดอลลาร์ 1155 01:05:23,336 --> 01:05:26,839 ภายในปี 2012 มันมีค่าประมาณห้าเซนต์ 1156 01:05:26,923 --> 01:05:30,635 ในเมืองหนึ่งๆ มีกล้องราว 500,000 ตัว 1157 01:05:30,718 --> 01:05:35,389 ในปี 2012 ค่าใช้จ่ายในการบันทึกฟีด ความละเอียดสูงโดยถาวรคือ 300 ล้านดอลลาร์ 1158 01:05:35,473 --> 01:05:39,310 ภายในปี 2020 ค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ จะต่ำกว่าสามล้าน 1159 01:05:39,393 --> 01:05:43,189 สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศ ที่นำกล้องมาใช้ 1160 01:05:43,272 --> 01:05:44,982 อย่างแพร่หลายที่สุดและรวดเร็วที่สุด 1161 01:05:45,066 --> 01:05:46,067 (หัวหน้า บก. นิตยสารไวร์ด) 1162 01:05:46,150 --> 01:05:50,696 เท่าที่ผ่านมา ประชาชนดูไม่มีปัญหากับมัน ถ้าพวกเขาไม่พอใจ เขาก็รู้ว่าต้องโทรหาใคร 1163 01:05:52,615 --> 01:05:56,702 มีกล้อง 2,000 ตัว และในไม่ช้าจะเป็น 3,000 ตัว 1164 01:05:57,161 --> 01:06:01,999 ทุกตัวส่งภาพเข้าไปในศูนย์ควบคุมนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่ลับ 1165 01:06:03,042 --> 01:06:05,336 แล้วฉันก็เรียกดูมันได้แบบเรียลไทม์ 1166 01:06:06,337 --> 01:06:09,966 ทุกชั่วขณะที่กล้องจับภาพคนสวมเสื้อสีแดง 1167 01:06:10,049 --> 01:06:12,426 นี่คือรูปร่างและขนาด 1168 01:06:12,510 --> 01:06:15,471 ของหีบห่อที่ไม่มีใครดูแลซึงอาจเป็นวัตถุต้องสงสัย 1169 01:06:15,554 --> 01:06:19,433 สำนักงานตำรวจหลายแห่งวางแผนจะใช้ อุปกรณ์ใหม่ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกัน 1170 01:06:19,517 --> 01:06:22,103 ซึ่งสามารถสแกนหน้าคนได้ 1171 01:06:22,186 --> 01:06:25,147 จากนั้นก็ตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลอาชญากรรม 1172 01:06:25,231 --> 01:06:27,984 เมื่อเราทำสงครามอยู่ เมื่อเรากำลังปกป้องสังคมของเรา 1173 01:06:28,067 --> 01:06:30,361 จากคนที่อยากฆ่าพลเรือน... 1174 01:06:31,445 --> 01:06:34,240 เราต้องสามารถปกป้องสิ่งที่เราทำอยู่ได้ 1175 01:06:34,323 --> 01:06:36,742 เราต้องปกป้องวิถีชีวิตของเราได้ 1176 01:06:36,826 --> 01:06:40,788 แล้วเราก็ต้องเอาอำนาจเหล่านี้ใส่มือใครสักคน 1177 01:06:40,871 --> 01:06:44,458 ตามที่สถาบันบรูคกิงส์รายงาน การจับตามองอย่างกว้างขวางแบบนี้ 1178 01:06:44,542 --> 01:06:46,961 จะทำให้เกิดสิ่งที่เทียบได้กับไทม์แมชีน 1179 01:06:47,044 --> 01:06:50,506 เปิดโอกาสให้รัฐบาลอำนาจนิยม ทำการสอดแนมย้อนหลังได้ 1180 01:06:50,589 --> 01:06:53,175 ตัวอย่างเช่นถ้าผู้ประท้วงที่ต่อต้านระบอบสักคน 1181 01:06:53,259 --> 01:06:56,012 ถูกจับกุมโดยที่หน่วยงานด้านความปลอดภัย ไม่เคยรู้จักมาก่อน 1182 01:06:56,095 --> 01:06:57,888 ก็เป็นไปได้ที่จะย้อนเวลาไป 1183 01:06:57,972 --> 01:07:01,517 เพื่อเพ่งเล็งบทสนทนาทางโทรศัพท์ การเดินทางทางรถยนต์ของผู้ประท้วงรายนั้น 1184 01:07:01,600 --> 01:07:05,730 รวมถึงคนที่เขาหรือเธอได้พบในช่วงหลายเดือน หรืออาจหลายปีก่อนถูกจับกุม 1185 01:07:08,441 --> 01:07:11,694 รัฐบาลกำลังใช้การมีอยู่ของข้อตกลงการใช้งาน 1186 01:07:11,777 --> 01:07:14,864 มาสร้างความชอบธรรมให้สภาวะรัฐสอดแนม ที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน 1187 01:07:14,947 --> 01:07:18,659 ข้อความเป็นสิ่งที่ใช้ได้อย่างอิสระ และที่สำคัญที่สุด ถูกเข้ารหัส 1188 01:07:18,743 --> 01:07:22,121 ทำให้ตำรวจเข้าไปในนั้น เพื่อถอดรหัสสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ 1189 01:07:22,204 --> 01:07:25,374 นั่นจึงทำให้เกิดเสียงเรียกร้อง ให้ปิดเครือข่ายทั้งหมดลง 1190 01:07:26,208 --> 01:07:29,295 เป็นเรื่องง่ายที่จะหาความชอบธรรม ในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้หยุดการจลาจล 1191 01:07:29,378 --> 01:07:32,965 แต่เราไม่ควรกังวลหรือ เมื่อรัฐบาลอ่านอีเมลของเราได้ 1192 01:07:33,049 --> 01:07:35,176 อ่านข้อความ ฟังโทรศัพท์ ดูประวัติการค้นหา 1193 01:07:35,259 --> 01:07:37,678 เพื่อแกะรอยการเคลื่อนไหวของเรา และจำกัดเสรีภาพในการพูดของเรา 1194 01:07:38,471 --> 01:07:40,890 เด็กเกรดเจ็ดคนนั้น ได้ก่ออาชญากรรมอะไรจริงๆ หรือ 1195 01:07:40,973 --> 01:07:43,476 การมีซอมบี้ที่งานเสกสมรส นั้นเลวร้ายมากจริงๆ หรือ 1196 01:07:44,310 --> 01:07:45,728 แล้วพ่อแม่ของมิลลี่ล่ะ 1197 01:07:45,811 --> 01:07:49,398 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ ถูกใช้จับตาดูผู้ทำการประท้วงอย่างสงบ 1198 01:07:49,482 --> 01:07:52,777 อย่างทุกคนที่วอลล์สตรีทหรือพวกทีปาร์ตี้ 1199 01:07:53,944 --> 01:07:57,323 จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารัฐบาลไม่ชอบให้มีการตั้งเต็นท์ 1200 01:08:05,414 --> 01:08:09,001 ถึงจะมีคำถามทั้งหมดนี่ มันก็เริ่มดูเหมือนกับว่า แล้วไง 1201 01:08:09,085 --> 01:08:12,171 แล้วไงถ้ารัฐบาลเก็บข้อมูลทั้งหมดนี้มาได้ 1202 01:08:12,254 --> 01:08:15,466 อาจจะดีก็ได้ถ้าพวกเขารักษาความสงบได้ ตอนที่การจลาจลเกิดขึ้น 1203 01:08:15,549 --> 01:08:18,052 แล้วอีกอย่าง บางทีมันก็อาจสายเกินไปแล้ว 1204 01:08:20,221 --> 01:08:25,559 (แปด ส่วนแก้ไขเพิ่มเติมของข้อตกลงนี้) 1205 01:08:26,143 --> 01:08:27,603 คุณว่าความเป็นส่วนตัวตายไปแล้วหรือเปล่า 1206 01:08:30,397 --> 01:08:33,943 (แบร์เร็ต บราวน์ โฆษกอย่างไม่เป็นทางการ ของกลุ่มแฮ็กติวิสต์แอนอนีมัส) 1207 01:08:34,026 --> 01:08:35,111 มันกำลังจะตายแน่ๆ 1208 01:08:36,821 --> 01:08:38,072 ไม่ว่ามันจะ... 1209 01:08:41,450 --> 01:08:42,993 สำหรับการที่ความเป็นส่วนตัวจะ... 1210 01:08:43,536 --> 01:08:47,915 ความเป็นส่วนตัวจะยังตายต่อไป เว้นแต่ จะมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานจริงๆ ใน... 1211 01:08:48,582 --> 01:08:51,335 กลไกการตัดสินใจเรื่องนั้น ซึ่งผมหมายถึง... 1212 01:08:51,418 --> 01:08:56,382 ผมหมายถึงการตอบสนองที่ได้ผลจริงๆ อย่างเดียวคือการจับตาดูและเปลี่ยนพฤติกรรม 1213 01:08:56,465 --> 01:09:00,970 เปลี่ยนแนวโน้มของอุตสาหกรรมข่าวกรอง และหน่วยงานรักษากฎหมาย 1214 01:09:01,053 --> 01:09:02,596 และกระทั่งบริษัท 1215 01:09:03,639 --> 01:09:05,599 และนั่นก็มีความเป็นไปได้น้อยมากๆ 1216 01:09:05,683 --> 01:09:09,228 ฉันไม่รู้แน่ว่า "เรา" คือใคร แต่ฉันนึกตำหนิเรามาก 1217 01:09:09,311 --> 01:09:10,855 (เชอร์รี่ เทอร์เคิล ศาสตราจารย์สังคมศึกษา) 1218 01:09:10,938 --> 01:09:15,109 ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องที่เราอนุญาต ให้ตัวเองหลงใหลได้ปลื้ม 1219 01:09:15,943 --> 01:09:18,946 เราอยากให้เทคโนโลยีนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ 1220 01:09:19,947 --> 01:09:23,033 แล้วเราก็ไม่อยากให้อะไรมาทำให้งานกร่อย 1221 01:09:24,243 --> 01:09:29,415 แล้วเราก็ตื่นขึ้นมาพบ ข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว... 1222 01:09:31,333 --> 01:09:33,669 ในมุมมองของฉัน มันสายไปอย่างน้อยสี่ปีแล้ว 1223 01:09:34,795 --> 01:09:37,882 - งั้นความเป็นส่วนตัวตายแล้วหรือ - ครับ ไม่ต้องสงสัย 1224 01:09:39,049 --> 01:09:40,843 ไม่ต้องสงสัยเลย ใช่ มันตายแล้ว 1225 01:09:41,427 --> 01:09:44,221 เป็นเรื่องปลอดภัยที่จะทำอะไรๆ บนสมมุติฐานว่าไม่มีอะไรเป็นส่วนตัว 1226 01:09:44,305 --> 01:09:47,183 อะไรก็ตามที่ถูกทำเป็นดิจิทัลล้วนไม่เป็นส่วนตัว 1227 01:09:47,850 --> 01:09:50,311 และนั่น... ก็น่ากลัว 1228 01:09:51,604 --> 01:09:53,689 เมื่อเจ้านี่ลดขนาดลงเท่าเซลล์เม็ดเลือด 1229 01:09:53,772 --> 01:09:57,526 แล้วผมก็ส่งมันเข้าสู่สมองและร่างกายของผม ผ่านทางกระแสเลือดได้ 1230 01:09:57,610 --> 01:10:01,572 นี่จะกลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายพอดู แล้วมันก็จะเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเราจริงๆ 1231 01:10:01,655 --> 01:10:05,326 แล้วคนก็พูดกันว่าเอาละ โอเค นั่นจะเป็นขีดจำกัดที่แท้จริง 1232 01:10:05,409 --> 01:10:09,914 ที่จะต้องก้าวข้ามไป แต่ผมไม่คิดแบบนั้น มันเป็นความต่อเนื่องอย่างลื่นไหลมากนับจาก... 1233 01:10:10,331 --> 01:10:11,582 รู้มั้ย ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาน่ะ 1234 01:10:11,665 --> 01:10:14,251 ผมต้องขี่จักรยานไปใช้คอมพิวเตอร์ 1235 01:10:14,335 --> 01:10:18,005 การมีมันในกระเป๋า การมีมันในตัวผมเอง 1236 01:10:18,881 --> 01:10:21,842 มันเป็นที่ที่สะดวกที่จะเก็บไว้นะ แบบนั้นผมจะไม่ทำมันหาย 1237 01:10:24,511 --> 01:10:28,349 แต่ว่ากันว่าถ้าเราเอากบใส่หม้อที่มีน้ำ แล้วค่อยๆเพิ่มความร้อนขึ้นช้าๆ 1238 01:10:28,432 --> 01:10:32,686 กบจะตายไปเฉยๆ เพราะมันไม่รู้สึกว่าน้ำกำลังเดือด 1239 01:10:32,770 --> 01:10:34,104 แล้วผมก็คิดว่า... 1240 01:10:35,731 --> 01:10:39,860 ผมว่ามันก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ทุกเรื่องนะ เราเลือกเข้าไปเอง ทีละเซนติเมตร 1241 01:10:40,861 --> 01:10:43,280 แล้วในไม่ช้า เราก็จะเดินไปตามทางนั้นไกลพอดู 1242 01:10:43,364 --> 01:10:46,617 เรามองไปข้างหลัง แล้วก็นึกสงสัยว่า เรามาอยู่ตรงที่ที่อยู่ได้ยังไง 1243 01:10:48,452 --> 01:10:49,453 ผมว่านั่นเป็นเรื่องจริง 1244 01:10:52,039 --> 01:10:55,459 มันอยู่เหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิง คือว่ามัน... 1245 01:10:55,542 --> 01:10:57,127 (ออนดี้ ทิโมเนอร์ ผู้ทำสารคดี "วีลิฟอินพับลิค") 1246 01:10:57,211 --> 01:11:00,965 มันไม่มีขีดจำกัด รู้มั้ย พวกเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเราในตอนนี้ 1247 01:11:02,132 --> 01:11:05,261 เลือกใครสักคนที่ดูแลเรื่องกฎหมายมา 1248 01:11:05,344 --> 01:11:08,806 ทำกับบัญชีอีเมลของเขาแบบที่ พลเมืองอเมริกันโดน 1249 01:11:08,889 --> 01:11:11,308 นั่นจะเป็นเรื่องส่วนตัว พวกเขาจะใส่ใจมัน 1250 01:11:11,392 --> 01:11:13,185 สถาบันที่ทรงอำนาจทั้งหมดนี่... 1251 01:11:13,269 --> 01:11:15,229 (โฆษกอย่างไม่เป็นทางการ ของกลุ่มแฮกติวิสต์แอนอนีมัส) 1252 01:11:15,312 --> 01:11:20,067 พวกเขาไม่ถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว แบบเดียวกับพวกเราที่เหลือ 1253 01:11:20,150 --> 01:11:22,027 เอริค ชมิดท์ ซีอีโอกูเกิล เคยพูดว่า... 1254 01:11:22,111 --> 01:11:24,780 ถ้าคุณมีอะไรที่ไม่อยากให้ใครรู้ 1255 01:11:24,863 --> 01:11:26,907 คุณอาจไม่ควรทำมันแต่แรก 1256 01:11:28,033 --> 01:11:29,368 จากนั้นเขาก็โกรธมาก 1257 01:11:30,244 --> 01:11:33,580 เมื่อซีเน็ตซึ่งมีซีบีเอสเป็นเจ้าของ ตีพิมพ์ภาพบ้านเขา 1258 01:11:35,541 --> 01:11:38,877 (บ้านของเอริค ชมิดท์ ประธานบริหารกูเกิล) 1259 01:11:41,839 --> 01:11:47,052 เมื่อคุณถามกูเกิลเรื่อง "อย่าแกะรอย" พวกเขาอ้างว่า "เราต้องทำความเข้าใจ 1260 01:11:47,136 --> 01:11:50,180 ว่าจะให้นิยามเรื่องนั้นยังไง ก่อนเราจะนำเทคโนโลยีใดๆ มาใช้ได้" 1261 01:11:51,140 --> 01:11:54,476 อย่าแกะรอยมันง่ายมาก มันแปลว่าเราไม่ต้องการถูกแกะรอย 1262 01:11:55,561 --> 01:11:57,730 เหตุผลเดียวที่กูเกิลไม่เข้าใจมัน 1263 01:11:57,813 --> 01:12:00,232 เป็นเพราะกูเกิลไม่อยากนำมันมาใช้ 1264 01:12:00,899 --> 01:12:05,529 (ข้อความแชทไอเอ็ม กับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) 1265 01:12:07,156 --> 01:12:11,327 (ซัค: ใช่ ถ้านายอยากได้ข้อมูล เกี่ยวกับใครที่ฮาร์วาร์ด ก็ขอมาได้เลย) 1266 01:12:11,410 --> 01:12:17,916 (ซัค: ฉันมีอีเมลกว่า 4,000 อัน รูปภาพ ที่อยู่ เอสเอ็นเอส) 1267 01:12:18,000 --> 01:12:21,337 (ซัค: คนใส่มันเข้ามา ฉันไม่รู้ว่าทำไม) 1268 01:12:21,420 --> 01:12:25,632 (ซัค: พวกเขา "ไว้ใจฉัน" ไอ้พวกงั่งเอ๊ย) 1269 01:12:25,716 --> 01:12:29,219 เว้นแต่จะมีใครเข้ามาแล้วทำให้มัน... 1270 01:12:29,303 --> 01:12:30,929 (แบร์เร็ต บราวน์ โฆษกกลุ่มแฮ็กติวิสต์แอนอนีมัส) 1271 01:12:31,013 --> 01:12:34,475 ...ไม่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติอีกต่อไป ที่พวกเขาจะทำเรื่องแบบนั้น 1272 01:12:35,309 --> 01:12:37,853 ถ้าซีอีโอของบริษัทต่างๆ ถูกกดดัน 1273 01:12:37,936 --> 01:12:39,438 พวกเขาจะทำมัน 1274 01:12:39,521 --> 01:12:43,692 (เก้า การยกเลิก) 1275 01:12:45,903 --> 01:12:48,572 (ที่อยู่ของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) 1276 01:12:53,577 --> 01:12:54,411 ฟ้าสางละ 1277 01:12:56,038 --> 01:12:58,248 ตอนนี้เรากำลังผ่านสำนักงานเฟซบุ๊กไป 1278 01:12:58,332 --> 01:13:00,084 ไม่รู้จริงๆ ว่าจะคาดหมายอะไร 1279 01:13:00,167 --> 01:13:03,420 (คัลเลน โฮแบ็ค ผู้กำกับ "เทิร์มแอนด์คอนดิชั่นเมย์แอพพลาย") 1280 01:13:03,504 --> 01:13:04,713 เรายังไม่ได้กินอาหารเช้า 1281 01:13:12,221 --> 01:13:13,347 ซัคเคอร์เบิร์ก 1282 01:13:13,430 --> 01:13:14,348 (บ้านมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) 1283 01:13:14,431 --> 01:13:16,892 เขาจะรู้ว่าผมเช็กอินที่นี่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็ดี 1284 01:13:16,975 --> 01:13:18,894 เขารู้ว่าผมอยู่ข้างบ้านเขานี่เลย 1285 01:13:19,812 --> 01:13:23,190 ดูสิ เรามี... นี่คือสิ่งที่มาร์คกล่าวไว้แบบคำต่อคำ 1286 01:13:24,108 --> 01:13:27,778 "การมีตัวตนสองตัวตน เป็นตัวอย่างของการขาดความซื่อสัตย์" 1287 01:13:29,571 --> 01:13:30,697 ขาดความซื่อสัตย์ 1288 01:13:33,075 --> 01:13:36,412 เพิ่งมีคนเคาะปลุกที่ประตูบ้านเขา เพราะงั้นมันก็เป็นไปได้มาก 1289 01:13:36,495 --> 01:13:39,081 ที่เราอาจได้เห็นมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กวันนี้ 1290 01:13:44,586 --> 01:13:47,423 คือนายอาจพูดไม่ผิดก็ได้นะ เขาอาจมี... 1291 01:13:48,048 --> 01:13:49,591 อาจมีอุโมงค์จริงๆ ก็ได้ 1292 01:13:52,511 --> 01:13:54,596 มีความเคลื่อนไหวบางอย่างแน่ๆ ในสนาม 1293 01:13:55,472 --> 01:13:56,598 ใช่หมามั้ย 1294 01:13:58,809 --> 01:14:00,018 - ไปกันเถอะ - ซูมหน่อย 1295 01:14:00,102 --> 01:14:02,771 (กล้องสอดแนมติดแว่นตา) 1296 01:14:08,652 --> 01:14:10,362 คุณซัคเคอร์เบิร์กครับ 1297 01:14:10,446 --> 01:14:14,199 นี่ ผมทำสารคดีอยู่ ถ่ายวีล็อกอยู่นิดหน่อย 1298 01:14:14,283 --> 01:14:16,785 ผมสงสัยว่าผมขอถามอะไรสักสองสามคำได้มั้ย 1299 01:14:16,869 --> 01:14:18,162 ไม่ 1300 01:14:18,245 --> 01:14:19,621 - ขอโทษนะ - จริงเหรอครับ 1301 01:14:20,747 --> 01:14:23,709 ผมถามได้มั้ยว่าคุณยังคิดว่า ความเป็นส่วนตัวตายแล้วหรือเปล่า 1302 01:14:23,792 --> 01:14:26,295 ความคิดที่แท้จริงของคุณคืออะไร ในเรื่องความเป็นส่วนตัว 1303 01:14:27,296 --> 01:14:29,882 - พวกคุณถ่ายอยู่หรือเปล่า - ถ่ายครับ 1304 01:14:31,842 --> 01:14:33,427 ช่วยไม่ทำงั้นได้มั้ย 1305 01:14:33,510 --> 01:14:36,054 - ผมหยุดได้ครับ - ก็ได้ 1306 01:14:37,764 --> 01:14:41,268 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กขอให้ผมอย่าถ่ายเขา 1307 01:14:41,351 --> 01:14:43,687 เราเลยปิดกล้องหลัก 1308 01:14:43,770 --> 01:14:46,231 แต่เนื่องจากมาร์คดูไม่เดือดร้อนอะไร กับการเก็บข้อมูลเราไว้ 1309 01:14:46,315 --> 01:14:47,983 หลังจากเราคิดว่ามันลบไปแล้ว... 1310 01:14:48,775 --> 01:14:50,235 เรื่องนี้ก็ดูยุติธรรมดี 1311 01:14:51,695 --> 01:14:54,573 - คุณช่วยหยุดได้มั้ย - ผมหยุดได้ครับ 1312 01:14:55,032 --> 01:14:58,952 เอาละ ผมไปที่เคาน์เตอร์บริษัทคุณ แล้วขอนัดสัมภาษณ์ได้มั้ยครับ 1313 01:14:59,036 --> 01:15:02,539 ได้สิ เรามีแผนกที่คุณคุยเรื่องนั้นได้ 1314 01:15:02,623 --> 01:15:05,709 ผมเคยพยายามยื่นเรื่องไปสองสามหน แต่ไม่เคยมีใครติดต่อกลับมา 1315 01:15:05,792 --> 01:15:07,419 มีความแตกต่างสำคัญอยู่ตรงนี้ 1316 01:15:07,503 --> 01:15:10,255 มาร์คผ่อนคลายขึ้น หลังจากเขาคิดว่าเราหยุดถ่ายแล้ว 1317 01:15:10,339 --> 01:15:12,466 แล้วคุณเห็นนั่นไหม ตรงนั้นน่ะ 1318 01:15:13,509 --> 01:15:14,343 นั่นคือรอยยิ้ม 1319 01:15:15,135 --> 01:15:16,595 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กยิ้มให้ผม 1320 01:15:17,679 --> 01:15:18,555 แล้วรู้ไหมว่าทำไม 1321 01:15:18,639 --> 01:15:21,808 เพราะเขาคิดว่าผมหยุดถ่ายแล้ว และเขาก็โล่งใจ 1322 01:15:23,018 --> 01:15:26,230 ลองนึกภาพสิว่าจะเป็นเรื่องโล่งใจขนาดไหน ถ้าบริษัทพวกนี้ทุกบริษัท 1323 01:15:26,313 --> 01:15:29,191 และรัฐบาลหยุดบันทึกทุกอย่างที่เราทำ 1324 01:15:29,274 --> 01:15:31,944 ถ้าหากเราขออะไรเรียบง่าย จากพวกเขาได้สักอย่าง 1325 01:15:32,027 --> 01:15:34,738 สิ่งที่มาร์ค ซััคเคอร์เบิร์กรู้ว่าจะขอยังไง 1326 01:15:35,322 --> 01:15:36,490 "ช่วยไม่ทำงั้นได้มั้ย" 1327 01:15:37,324 --> 01:15:40,661 ช่วยไม่บันทึกการกระทำของเรา จับตาดูเรา และแบ่งปันข้อมูลของเราให้ใคร 1328 01:15:40,744 --> 01:15:41,995 ยกเว้นเราจะขอก่อน 1329 01:15:42,579 --> 01:15:44,998 เราต้องการข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน ที่มีเหตุผล 1330 01:15:45,082 --> 01:15:46,500 และเราต้องการนโยบายความเป็นส่วนตัว 1331 01:15:46,583 --> 01:15:49,336 ที่ส่งเสริมหลักการพื้นฐานที่สุด ในระบอบประชาธิปไตยของเรา 1332 01:15:49,419 --> 01:15:50,879 แทนที่จะพรากมันไป 1333 01:15:51,964 --> 01:15:55,926 หรืออย่างที่วุฒิสมาชิกหนุ่มคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ ก่อนเขาจะได้เป็นประธานาธิบดี 1334 01:15:56,009 --> 01:15:59,513 เราต้องการหนทางเดินหน้าเพื่อให้แน่ใจว่า เราจะหยุดผู้ก่อการร้ายได้ 1335 01:15:59,596 --> 01:16:04,226 ขณะที่ยังปกป้องความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพ ของชาวอเมริกันผู้บริสุทธิ์ 1336 01:16:04,309 --> 01:16:07,396 เราต้องหาทางมอบอำนาจ ที่ประธานาธิบดีต้องการให้แก่เขา 1337 01:16:07,479 --> 01:16:11,233 เพื่อปกป้องเรา พร้อมกับจัดการให้แน่ใจว่า เขาจะไม่ใช้อำนาจนั้นในทางที่ผิด 1338 01:16:11,316 --> 01:16:17,656 และหลักการง่ายๆ นั้น ที่ว่าต้องมีคนคอยเฝ้าดูผู้เฝ้าดู 1339 01:16:17,739 --> 01:16:19,866 ไม่ว่าจะเป็นในประเด็นของ... 1340 01:16:21,827 --> 01:16:25,163 เสรีภาพของสื่อ หรือเป็นประเด็น การดักฟังโดยไม่มีหมายศาล 1341 01:16:25,247 --> 01:16:29,376 หลักการง่ายๆ นั้นก็เป็นหลักที่เราไม่อาจสละได้ และเราก็ไม่จำเป็นต้องสละ 1342 01:16:30,419 --> 01:16:33,714 เอาละ ท่านประธานาธิบดี เราเฝ้าดูอยู่ 1343 01:16:33,797 --> 01:16:38,510 และผมก็เดาว่าเราต้องถามคำถามง่ายๆ ข้อหนึ่งกับตัวเอง 1344 01:16:38,594 --> 01:16:40,345 (ยอมรับ) 1345 01:16:40,429 --> 01:16:41,430 เรายอมรับไหม 1346 01:16:47,769 --> 01:16:51,857 (จนถึงวันนี้ ไม่มีกฎหมายสหรัฐฯ ฉบับไหน รับมือกับนโยบาย) 1347 01:16:51,940 --> 01:16:55,527 (ที่อนุญาตให้หน่วยงานรัฐและบริษัทต่างๆ ใช้ข้อมูลส่วนตัวในทางที่ผิด) 1348 01:17:29,478 --> 01:17:31,104 (พฤศจิกายน 2012) 1349 01:17:31,188 --> 01:17:35,275 ผู้อำนวยการซีไอเอของอเมริกา ได้รับบทเรียนเรื่องความเป็นส่วนตัว 1350 01:17:35,359 --> 01:17:38,820 วอชิงตันติดกับอยู่ในสถานการณ์ สายลับปะทะสายลับของตัวเอง 1351 01:17:38,904 --> 01:17:42,783 กลวิธีที่ครั้งหนึ่งทีมรวบรวมข่าวกรอง ชั้นแนวหน้าที่ซีไอเอเคยใช้ 1352 01:17:42,866 --> 01:17:45,994 ตรวจดูไอพีแอดเดรส อีเมล และดรอปบ็อกซ์ปลอมอย่างละเอียด 1353 01:17:46,078 --> 01:17:49,581 ตอนนี้ได้ถูกนำมาย้อนเล่นงาน เจ้าหน้าที่สูงสุดของวงการข่าวกรอง 1354 01:17:49,665 --> 01:17:54,503 (อีเมลส่วนตัวของผู้อำนวยการซีไอเอ ถูกเอฟบีไอตรวจค้น) 1355 01:17:55,545 --> 01:17:57,130 เอฟบีไอได้ค้นพบหลักฐาน 1356 01:17:57,214 --> 01:18:00,676 เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพเทรอัส และผู้เขียนชีวประวัติเขา พอลล่า บรอดเวลล์ 1357 01:18:00,759 --> 01:18:05,972 ใช่แล้ว เพเทรอัสมีความสัมพันธ์ กับผู้เขียนหนังสือชีวประวัติเขา "ออล อิน" 1358 01:18:06,682 --> 01:18:11,269 (อีเมลเหล่านี้ถูกเข้าถึงโดยไม่มีหมายศาล) 1359 01:18:12,270 --> 01:18:17,109 เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ 1360 01:18:17,192 --> 01:18:19,695 นี่ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเดวิด เพเทรอัส ในฐานะบุคคล 1361 01:18:19,778 --> 01:18:24,866 หรือต่อนายพลเพเทรอัส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง 1362 01:18:25,534 --> 01:18:28,120 นั่นไม่ใช่คำพูดของผมนะ นั่นเป็นคำพูดของเอฟบีไอ 1363 01:18:28,203 --> 01:18:30,497 (สายลับสูงสุดของอเมริกา จึงต้องออกจากงาน...) 1364 01:18:30,580 --> 01:18:35,127 (เพราะเขาไม่เข้าใจว่า ที่จริงระบบพวกนี้ทำงานยังไง) 1365 01:18:36,002 --> 01:18:38,964 แต่แทนที่จะส่งอีเมลพวกนั้นไปจริงๆ ในหลายกรณี 1366 01:18:39,047 --> 01:18:42,467 พวกเขาเขียนมันเป็นฉบับร่าง ในบัญชีจีเมลที่พวกเขาเข้าได้ทั้งคู่ 1367 01:18:42,551 --> 01:18:45,721 และแบบนั้น ทั้งสองคนก็ล็อกอินเข้าไปได้ และดูโฟลเดอร์แบบร่าง 1368 01:18:45,804 --> 01:18:47,556 โดยไม่ต้องกดส่งจริงๆ 1369 01:18:47,639 --> 01:18:50,142 เป็นเรื่องขายหน้ามากสำหรับรัฐบาลโอบามา 1370 01:18:50,225 --> 01:18:51,977 และสำหรับผู้บริหาร ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของมัน 1371 01:18:52,561 --> 01:18:55,647 (เป็นครั้งหนึ่งที่ดูเหมือน ความเป็นส่วนตัวจะเป็นประเด็นปัญหา...) 1372 01:18:55,731 --> 01:18:58,775 (ซึ่งพรรคการเมืองทุกพรรคอาจเห็นพ้อง) 1373 01:18:59,693 --> 01:19:03,447 มันน่าหนักใจเพราะมีกฎหมาย ที่เอฟบีไอต้องทำตามอยู่ 1374 01:19:03,530 --> 01:19:05,991 แล้วเขาก็มีสิทธิที่จะได้รับการปกป้อง 1375 01:19:06,074 --> 01:19:09,745 จากการสืบสวนโดยไม่มีหมาย ไม่มีเหตุผลเพียงพอโดยเอฟบีไอหรือใครก็ตาม 1376 01:19:09,828 --> 01:19:13,749 ผู้คนไม่รู้จริงๆ หรอกว่าพวกเขา ถูกจับตามองยังไง แล้วก็คิดว่าถ้ามันได้ผล 1377 01:19:13,832 --> 01:19:17,210 ถ้าเราหยุดไม่ให้เหตุแบบ 9/11 เกิดอีกรอบได้ งั้นมันก็จะ "คุ้ม" 1378 01:19:19,296 --> 01:19:22,758 (นับจากภาพยนตร์นี้ถ่ายทำจบ) 1379 01:19:22,841 --> 01:19:27,053 (ผู้เป่านกหวีดรายหนึ่งได้เผยรายละเอียด เกี่ยวกับเอ็นเอสเอมากขึ้น) 1380 01:19:27,137 --> 01:19:30,474 (รวมถึงเรื่องโครงการที่เรียกว่าปริซึม) 1381 01:19:30,557 --> 01:19:34,561 (เรื่องนี้เปิดโปงว่าเฟซบุ๊ก กูเกิล และบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ อีกเจ็ดบริษัท) 1382 01:19:34,644 --> 01:19:39,149 (อนุญาตให้เอ็นเอสเอเข้าระบบของพวกเขา) 1383 01:19:40,317 --> 01:19:44,613 เรื่องที่ผมกลัวที่สุดเกี่ยวกับผลลัพธ์... 1384 01:19:44,696 --> 01:19:46,615 (เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้เป่านกหวีดกรณีโครงการปรึซึม) 1385 01:19:46,698 --> 01:19:49,868 ...ที่จะเกิดในอเมริกาจากการเปิดเผย เรื่องเหล่านี้ ก็คือจะไม่มีอะไรเปลี่ยน 1386 01:19:50,660 --> 01:19:57,626 (มาทำให้เรื่องนี้อยู่ใต้การควบคุม ก่อนมันจะสายเกินไปเถอะ: แทร็คออฟ.ยูเอส) 1387 01:19:59,878 --> 01:20:02,881 คำบรรยายโดย พรรษพร ชโลธร